งบการเงินที่น่าจะทุจริตและเป็นเท็จ

โพยปรับโครงสร้างหนี้
ลูกศิษย์เป็นนักธุรกิจท่านหนึ่งมาปรึกษาพร้อมกับภรรยา เล่ารายละเอียดว่ามีเพื่อนสนิทคนหนึ่งเปิดบริษัททำธุรกิจอาหารเสริม มีระบบการจัดการยอดขายแบบขั้นบันได แยกออกมาเป็นทีมหลายหลายทีม แต่ละทีมถูกกำหนดยอด ส่วนของบริษัทก็ทำหน้าที่ในการโฆษณาประชาสัมพันธ์ เอาดาราเอาคนมีชื่อเสียงมาเป็นพรีเซนเตอร์ ขอเช่าเวลารายการทีวีให้พิธีกรพูดเชียร์สินค้า ปัจจุบันยอดขายลดลงเพราะโดนคู่แข่งออกสินค้าแข่งขันตัดราคา ทำให้ไม่ได้จ่ายปันผลในจำนวนที่ตกลงกันเอาไว้ ผมก็ถามไปว่าช่วยอธิบายปันผลให้หน่อยว่าจ่ายกันยังไง ลูกศิษย์ก็ตอบมาว่าจ่ายจากกำไรโดยแบ่งจ่ายปันผลที่ 20% ของกำไร บริษัทมีกำไรเท่าไหร่เอา 20% ไปคูณได้ค่าเท่าไหร่นำมาจ่ายปันผลตามสัดส่วนการถือถือครองหุ้น
คุยมาถึงตรงนี้ผมก็เลยถามว่าคุณถือหุ้นมาแล้วกี่ปี ได้คำตอบว่ายังไม่ถึง 2 ปี ผมก็เลยถามต่อไปอีกว่าบริษัทนี้ตั้งขึ้นมาเมื่อไหร่ ได้คำตอบว่าตั้งขึ้นมาเมื่อสามถึงสี่ปีก่อน ผมก็เลยถามต่อไปอีกว่า เพื่อนคนที่ชวนหุ้นก่อนการตั้งบริษัทเค้าเป็นคนมีฐานะไหม ได้คำตอบว่าไม่ เพราะก่อนหน้าการตั้งบริษัทเขามาทำธุรกิจนี้เค้าจึงมีเงินขึ้นมา นี่ก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ผมเชื่อว่าบริษัทนี้จะไปรอดแน่นอนเพราะเขาเป็นผู้มีประสบการณ์ บวกกับเขาเป็นเพื่อนสนิท ไปไหนไปกันตอนเรียน ผมและภรรยารู้จักเขาเป็นอย่างดีตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัย
คุณลงทุนไปเท่าไหร่ เป็นคำถามที่ผมถามลูกศิษย์ต่อ ได้คำตอบว่าลงทุนไปหกล้านบาท เงินจำนวนนี้เป็นเงินเก็บของครอบครัวที่เก็บมากกว่า 20 ปี ลูกศิษย์หวังว่าจะใช้เงินจำนวนนี้ต่อเงินให้เกิดเงินเพิ่มจะทำให้ครอบครัวมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ลงทุนกับเพื่อนแล้วให้เพื่อนพาขึ้นลิฟต์
ผมถามต่อว่า คุณมีความรู้เรื่องกฎหมายว่าด้วยการบริหารจัดการบริษัทหรือไม่ ลูกศิษย์ตอบว่าไม่มีเลยผมเรียนมาทางวิศวกรรม ผมเลยพูดต่อว่ากฎหมายกำหนดว่าการจะจ่ายเงินปันผลนั้นจะต้องได้รับมติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นใหญ่เป็นมติธรรมดาที่ใช้เสียงเกินกึ่งหนึ่งของเสียงที่มาประชุมกัน คุณเคยเข้าประชุมผู้ถือหุ้นหรือไม่ ได้คำตอบว่าไม่เคย ผู้ถือหุ้นมีกันแค่สามคนคือมีเพื่อนผม ผมและภรรยาเท่านั้น พวกเราจึงจัดการกันอย่างง่ายง่าย
ผมถามต่อว่าบริษัทนี้มีทุนจดทะเบียนเท่าไหร่ ได้คำตอบว่า 13 ล้านบาท ตอนนี้ผมรู้แล้วว่าเพื่อนของลูกศิษย์ถือหุ้นอยู่ 7,000,000 ส่วนลูกศิษย์และภรรยาถือหุ้นอยู่หกล้านบาท
ผมถามต่อไปอีกว่าคุณและภรรยาได้เข้าเป็นกรรมการบริษัทหรือไม่ ได้คำตอบว่ามีผมเข้าเป็นกรรมการคนเดียว แต่ผมไม่ได้ร่วมบริหารจัดการบริษัทแต่อย่างใด เป็นแค่เพียงการใส่ชื่อเอาไว้เท่านั้น ผมถามต่อไปอีกว่าอำนาจกรรมการที่เซ็นเบิกถอนเงินและทำนิติกรรมต่างๆที่ปรากฏอยู่บนหน้าหนังสือรับรองบริษัท มีคุณต้องลงนามร่วมและประทับตราบริษัทด้วยหรือไม่ ได้คำตอบว่าเงื่อนไขเป็นคนใดคนหนึ่งและประทับตราสำคัญของบริษัท แต่ที่ผ่านมาก็มีแต่เพื่อนคนเดียวที่เป็นคนลงนามในเอกสารต่างๆ ทำให้ผมรู้แล้วตอนนี้ว่างบการที่ยื่นต่อสรรพากรและกรมพัฒนาธุรกิจ จะมีลายเซ็นของเพื่อนคนนี้ลงนามแต่เพียงคนเดียว
มาถึงตรงนี้ลูกศิษย์ถามผมว่า เค้าไม่อยากลงทุนร่วมกับเพื่อนอีกต่อไปแล้ว ก็มองว่ากิจการนี้นับจากวันนี้จะไม่ดี ทุกอย่างมันเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา โลกมันเปลี่ยนเร็วมาก เรื่องที่เคยคิดว่าน่าลงทุนผ่านเวลาไปไม่นานความน่าลงทุนหายไป ลูกศิษย์จะมีวิธีการใดที่จะขอเงินหกล้านบาทคืน ในใจผมก็คิดว่าเมื่ออ้อยเข้าป่าช้างแล้วมันเป็นเรื่องที่ยากมากที่จะได้อ้อยคืน ง้างปากช้างก็สู้แรงช้างไม่ไหว โอกาสที่จะถูกมันเอางวงฟาดและเหยียบตายมีสูงมาก
ลูกศิษย์ยังถามต่อว่า ที่เขาได้ไปศึกษาวิธีการตามที่ผมเคยสอนว่า ถ้าจับงบการเงินที่เป็นเท็จได้ ก็สามารถฟ้องเพื่อนในฐานะกรรมการในข้อหาลงข้อความเท็จในงบการเงินได้ ซึ่งมีโทษจำคุกเจ็ดปีและ/หรือปรับ 140,000 บาทได้ เมื่อฟ้องสำเร็จและศาลประทับรับฟ้อง ผมเชื่อว่าเพื่อนจะมาคุยเจรจาขอคืนเงิน ถ้ามันไม่มีทั้งจำนวนจะเป็นการผ่อนผมก็ยอม ผมฟังดูแล้วก็รู้สึกดีใจที่ก่อนการมาปรึกษาผมลูกศิษย์ได้ทำการบ้านมาอย่างดี คนแบบนี้สิจึงเป็นคนที่น่าจะช่วยเหลือ ช่วยตัวเองก่อนแล้วค่อยพึ่งผู้อื่น
ผมตอบลูกศิษย์กลับไปว่า เรื่องงบการเงินที่เป็นเท็จในช่วงเวลาสองปีที่คุณเข้าหุ้น และยังได้แบ่งกำไรที่ 20% แต่กำไรนั้นลดลง ผมค่อนข้างมีความเชื่อว่าค่าใช้จ่ายในงบการเงิน โดยเฉพาะงบกำไรขาดทุนน่าจะมีค่าใช้จ่ายที่สูงเกินจริง ค่าใช้จ่ายจำนวนนี้เราต้องหาให้เจอเพื่อนำมาตรวจสอบว่ามันเป็นบิลใบเสร็จที่ถูกทำปลอมขึ้นมาหรือเปล่า ทำปลอมในที่นี้หมายถึงมีตัวตนผู้ออกใบเสร็จรับเงินจริง แต่บริษัทไม่ได้รับประโยชน์จากการจ่ายเงิน ได้รับประโยชน์แค่ทำให้กำไรลดลง ทำให้เสียภาษีน้อยลง ส่วนที่ทำปลอมขึ้นมาเงินส่วนใหญ่จะไปเข้าเพื่อนของคุณ เพราะเพื่อนคุณได้ไปร่วมมือกับคนออกใบเสร็จ คนออกใบเสร็จอาจจะได้ค่าค่าตอบแทนเพียงเล็กน้อย ส่วนเพื่อนของคุณจะได้ในส่วนที่เหลือเป็นเงินสดที่ไม่ปรากฏหลักฐานใดใดเลย กำไรที่คุณได้แบ่งก็จะลดลงตามไปด้วย แบบนี้มันเป็นเรื่องของการเอาเปรียบ ซึ่งผมเชื่อว่าน่าจะมี คุณพอจะตรวจสอบรายละเอียดเอกสารทางบัญชีที่นำไปสู่การจัดทำงบการเงินในปีที่คุณเป็นหุ้นส่วนได้หรือไม่ ลูกศิษย์ตอบกลับมาว่า ไม่ได้เลยครับอาจารย์ บัญชีเป็นคนของเค้าทั้งหมด แล้วตั้งแต่แรกผมไม่เคยเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย
เรื่องราวการสนทนายังไม่จบครับ การซักถามยังคงดำเนินต่อไปเพื่อหาจุดที่จะได้หลักฐานนำมาสู่การฟ้องคดีเรื่องงบการเงินอันเป็นเท็จ ...ติดตามตอนสอง...
ดูคลิปงบการเงินที่น่าจะทุจริตและเป็นเท็จได้ที่ด้านล่างนี้
19/8/69
🗝ขอคำปรึกษาปัญหาธุรกิจ กฎหมาย และคดีความ ได้ที่ Line@ :@sati.fpm, Inbox FPM Consultant, E-MAIL : sumrej2011@gmail.com
หาที่ปรึกษาที่ใช่ แล้วคุณจะชนะ