547803337273
54780333_7273

  ก่อนพายุจะมาทุกอย่างดูสงบนิ่ง ไม่มีเค้าลางของเหตุเภทภัยที่ดูจะทำอันตรายให้กับชีวิต ลูกศิษย์ก็ใช้ชีวิตอย่างสงบบนทรัพย์สินเงินทองที่ตัวเองทำมาหาได้ อยู่บ้านที่เป็นเสมือนคฤหาสน์ มีความสุขกับลูกน้อย ถ้ามีเรื่องที่วิตกกังวลก็คือเรื่องวันนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกา เรื่องนี้ทำให้ใจของลูกศิษย์เป็นกังวลอย่างมาก ผมบอกไปว่าอะไรจะเกิดก็ต้องเกิด คิดกังวลไปล่วงหน้าจะเสียสุขภาพ ภูมิคุ้มกันในร่างกายจะตก มะเร็งที่สงบไปแล้วอาจจะกลับมาได้ ต้องทำใจให้สบายอยู่กับปัจจุบัน หายใจเข้าลึกลึกหายใจออกช้าช้าผ่อนมันให้นานนาน ออกซิเจนจะได้อยู่ภายในกายให้นานที่สุดเพื่อจะเอาไปสู้กับมะเร็งร้ายเผื่อว่ามันคิดจะอาละวาดอีกครั้ง ผมบอกว่าออกซิเจนช่วยได้

  ตอนที่ลูกศิษย์บอกผมว่าหายจากมะเร็ง หมอนี่เก่งจริงๆ ผมเองก็มีความกังวลอยู่ลึกๆว่า มะเร็งแค่เพียงสงบเท่านั้นแหละ มันพร้อมที่จะออกมาอาละวาดอีกครั้ง แต่ผมก็ไม่ได้พูดมันให้ลูกศิษย์ฟังได้แต่บอกว่าลูกศิษย์โชคดีมากๆ นับจากนี้ได้ชีวิตใหม่มาแล้ว ทุกวันจะต้องมีความสุข ความทุกข์จะต้องผลักมันออกไป คนผ่านอะไรมาเยอะเยอะโดยเฉพาะการไปเผชิญหน้ากับความตาย มันไม่มีอะไรน่ากลัวกว่านี้อีกแล้ว ลูกศิษย์ก็พยักหน้า

  ผมถามลูกศิษย์ว่าตอนนี้เธอเป็นยังไงบ้าง เป็นผู้ใหญ่ขึ้นมาบ้างแล้วหรือยัง เป็นแม่ที่ดีไหม ทำกับข้าวให้คุณกินไหม คุณพอใจในการพัฒนาของเธอไหม และคุณยังคิดว่าเธอยังคือคนที่ใช่อยู่ไหม ได้คำตอบว่าสมบูรณ์ทุกอย่างครับอาจารย์ ผมโชคดีที่เลือกไม่ผิด อาจจะเป็นเพราะว่าผมเป็นมะเร็งก็ได้ที่ทำให้เธอได้คิดในหลายหลายเรื่อง ว่าผมคงจะอยู่กับเธอได้ไม่นาน เธอจึงเอาอกเอาใจผมแล้วดูแลผมอย่างดี

  อาจารย์ว่าศาลฎีกาจะเห็นแบบเดียวกับศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์หรือเปล่า ผมก็ตอบว่าน่าจะเหมือนกัน ทั้งทั้งที่จริงๆแล้วผมมีประสบการณ์ในหลายหลายคดี ที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาในทิศทางเดียวกัน แต่ศาลฎีกากลับพลิกแบบนี้ก็มี ทำให้จำเลยต้องติดคุกติดตาราง แต่ผมก็ไม่พูดออกไป ได้แต่บอกว่าคุณแน่ใจนะที่จะไปฟังคำตัดสินของศาลฎีกาด้วยตัวคุณเอง เพราะถ้าศาลฎีกาเห็นต่าง คุณจะถูกล็อคตัวเลย ลูกศิษย์ตอบผมว่าผมพร้อมเผชิญความจริงแล้วครับ ขอให้อาจารย์ช่วยภาวนาให้ผมด้วย ถ้าสิ่งที่ผมทำเมื่อในอดีตมันไม่ได้เลวร้ายมากเมื่อเทียบกับความดีที่ผมได้ทำมาในชีวิตนี้ ก็ขอให้ผมแคล้วคลาด

  ผมเองมีความกังวลเป็นอย่างสูง รู้สึกว่ามีอะไรแปลกแปลกกับชีวิตของลูกศิษย์ ลางสังหรณ์ของผมบอกว่าเรื่องร้ายร้ายจะเกิดขึ้นกับลูกศิษย์ คดีมีสิทธิ์พลิกได้ เพราะเรื่องการค้าแข่งถ้าเป็นสินค้าแบบเดียวกันแม้จะมีการพัฒนารูปแบบ หากตั้งถามว่าแล้วบริษัทเดิมดำเนินการได้หรือไม่ คำตอบก็คือดำเนินการได้แต่ต้องใช้ทุนเยอะ การตอบว่าไม่อยากให้ผู้ถือหุ้นบริษัทเดิมได้รับความเดือดร้อนต้องหาเงินมาเพิ่มทุนไม่น่าจะใช่ประเด็นที่จะทำให้ลูกศิษย์รอดได้ เรื่องรอดหรือไม่รอด น่าจะอยู่ที่ศาลฎีกามองว่าสินค้าตัวใหม่ใช้สินค้าตัวเดิมเป็นหลัก มุมมองเรื่องการค้าแข่งก็สามารถพลิกได้ จะพาข้อกฎหมายที่บอกว่าถ้ากรรมการบริษัทจะค้าแข่งกับบริษัทได้ มีทางเดียวเท่านั้นคือต้องเปิดประชุมผู้ถือหุ้นใหญ่ แล้วให้ผู้ถือหุ้นลงมติ เสียงที่เกินกว่ากึ่งหนึ่งเท่านั้นที่ยอมให้กรรมการบริษัทค้าแข่งจึงจะทำให้ลูกศิษย์รอดได้ แต่นี่ลูกศิษย์ไม่ได้เปิดประชุมผู้ถือหุ้นใหญ่ ดำเนินการด้วยความคิดของตัวเองว่ามันเป็นสินค้าคนละประเภทกัน นอกจากนี้ตัวโจทก์ที่เป็นผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทก็ฟ้องอาญาว่าลูกศิษย์ในฐานะกรรมการบริษัทได้ยักยอกเงินเพื่อนำไปลงทุนในบริษัทแห่งใหม่ที่ผลิตสินค้าเป็นแบบเดียวกัน ถ้าไม่ได้ยักยอกแล้วลูกศิษย์จะเอาเงินมามากมายกว่า 300,000,000 มาลงทุนได้อย่างไร โดยที่ 300 ล้านบาทเป็นทุนจดทะเบียนของบริษัทใหม่ทั้งหมด ลางสังหรณ์ยังส่งเสียงกระซิบบอกผมว่า เหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดในวันฟังคำพิพากษาศาลฎีกาจะเปลี่ยนชีวิตลูกศิษย์ไปอย่างสิ้นเชิง และแล้ววันนั้นก็มาถึง

  ศาลฎีกาอ่านคำพิพากษามีเนื้อหากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ส่งผลให้ลูกศิษย์ถูกจับเข้าเรือนจำในวันนั้น โทษจำคุกที่ผมได้ข่าวอยู่ที่ประมาณหกปี *** อ่านต่อตอน 6

14/7/69

  🗝ขอคำปรึกษาปัญหาธุรกิจ กฎหมาย และคดีความ ได้ที่ Line@ :@sati.fpm, Inbox FPM Consultant, E-MAIL : sumrej2011@gmail.com


  หาที่ปรึกษาที่ใช่ แล้วคุณจะชนะ