ถ้ากิจการของท่านประสบปัญหาขาดสภาพคล่องทางการเงิน ยอดขายลดลง และ/หรือต้นทุนปรับตัวสูงขึ้น กระทบกำไรของกิจการ ทำให้ไม่สามารถชำระหนี้สถาบันการเงินได้ตามเงื่อนไขสินเชื่อเดิม ท่านสามารถยื่นข้อเสนอปรับโครงสร้างหนี้กับธนาคารของท่านได้ โดยจัดทำประมาณการกระแสเงินสด (Cash Flow) อธิบายกระแสเงินสดที่เหลือจากกิจการในแต่ละเดือน ว่าพอต่อการชำระหนี้ได้ที่เดือนละเท่าไร ภายใต้การคำนวณดอกเบี้ยที่อัตราต่ำ เช่น 2% ต่อปี
ข้อเสนอต่อการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ มีด้วยกันหลายรูปแบบ ทั้งนี้ต้องวิเคราะห์ความคุ้มค่าของหลักประกัน เมื่อเทียบกับหนี้ทั้งหมดที่มีอยู่กับสถาบันการเงิน ฯลฯ นำไปสู่การออกแบบข้อเสนอการปรับโครงสร้างหนี้ ที่ท่านและกิจการได้รับประโยชน์
กรณีที่เกิดวิกฤต ไม่สามารถปรับปรุงโครงสร้างหนี้ได้สำเร็จในปัจจุบัน และถูกฟ้องคดีโดยสถาบันการเงิน ก็ยังมีทางออกต่อการสู้คดีให้ได้ระยะเวลาที่นานที่สุด 3 – 5 ปี เพื่อนำเวลาที่ได้รับมาฟื้นฟูกิจการ และขอปรับโครงสร้างหนี้ ด้วยการทำสัญญาประนีประนอมยอมความในชั้นศาล โดยให้สถาบันการเงินตัดลดดอกเบี้ยค้างให้ทั้งหมด และ/หรือเงินต้นบางส่วน กิจการก็สามารถพลิกฟื้นกลับมาได้
การเจรจาและออกแบบข้อเสนอปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ต้องการผู้รู้จริงที่มีประสบการณ์ จะทำให้การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ประสบผลสำเร็จด้วยดี
กรณีกิจการมีหนี้สินเป็นจำนวนมาก และกิจการยังมีโอกาสที่จะกลับมาเป็นลูกหนี้ปกติได้ หากเจ้าหนี้ยินดีตัดลดหนี้ให้ การวางแผนขอฟื้นฟูกิจการตามกระบวนการของกฎหมาย ก็เป็นทางเลือกหนึ่งที่จะทำให้กิจการสามารถชำระหนี้ ภายใต้เงื่อนไขใหม่ที่มีการตัดลดหนี้ให้ ทำให้กลับมาเป็นลูกหนี้ปกติได้เร็ว



