บริการ 1 เตรียมความพร้อมในการนำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์

  ถ้าท่านเป็นผู้หนึ่งที่อยากจะนำบริษัทของท่านเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ที่ได้อ่านคำแนะนำจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว เห็นว่าไม่ได้ยุ่งยากอะไร และไม่น่าจะมีอะไรยาก ท่านอาจจะคิดผิดไปก็ได้ เพราะจริงๆ แล้ว มันไม่ง่ายเลย

  การจะนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ได้ จะต้องผ่านการตรวจสอบระบบควบคุมภายใน หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า IA ต้องผ่านการตรวจสอบบัญชีโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ต้องแต่งตั้งที่ปรึกษาทางการเงิน ซึ่งหน่วยงานทั้งสามนี้ ต้องได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า ก.ล.ต.

  กระบวนการจัดทำระบบควบคุมภายใน หรือ IA ต้องเริ่มต้นอย่างไร และดำเนินการอย่างไร จึงจะมีระบบการควบคุมภายใน (IA) ที่ดี ที่ให้ผู้ตรวจสอบ IA ใน List ก.ล.ต. ได้ดำเนินการตรวจสอบ และออกความเห็นว่า IA บริษัทท่านผ่าน ไม่มีประเด็นใดที่เลวร้ายที่ดูจะแก้ไขไม่ได้ ทำให้เชื่อได้ว่า บริษัทของท่านมีกฎ กติกา มีระบบการจัดการที่ป้องกันความเสี่ยง และมีการควบคุมภายในที่ดี อันจะปกป้องผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นได้ นอกจากนี้การสอบบัญชีโดยผู้สอบบัญชีใน List ก.ล.ต. จะต้องสอบบัญชีออกมา โดยให้ความเห็นเชื่อมั่นต่องบการเงิน ที่แสดงผลกำไรอย่างต่อเนื่องตลอดสามปี และในฟากของที่ปรึกษาทางการเงินใน List ก.ล.ต. หรือ FA ก็พึงพอใจต่อผลงาน การผ่านการตรวจสอบ IA และสอบบัญชีที่โดดเด่นของกิจการ ถ้าทุกอย่างสำเร็จดังที่กล่าวมา การเข้าตลาดหลักทรัพย์ก็เป็นเรื่องที่หวังได้ไม่ยาก

  การจะทำให้เกิดการตรวจ IA และการสอบบัญชีผ่านเกณฑ์ เป็นเรื่องที่ต้องมีการเตรียมตัว จะพูดว่า ถ้าเตรียม IA มาดี จะลากพาให้ระบบการจัดการทางบัญชี และการจัดทำงบการเงินดีตามไปด้วย พูดให้ง่ายก็คือ IA เหมือนเป็นกระสุนนัดแรก ที่พาบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์สำเร็จ


AWPost1Cover2copy

  เรื่องราวของ IA ต้องเริ่มต้นจากการจัดวางผังองค์กรที่ถูกต้อง จัดทำ Flow การปฏิบัติงาน ตามต่อด้วย JD และคู่มือปฏิบัติงานของทุกแผนก เพื่อให้ทุกแผนก และทุกตำแหน่งงานในแผนกนั้นๆ มีกติกาการทำงาน และมีการกำหนดการใช้เอกสารการทำงานในแผนกของตน พร้อมที่จะให้ผู้ตรวจสอบ IA ได้ทำการตรวจสอบ

  ระบบ IA ที่ดี จะนำไปสู่การเคลื่อนที่ของเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการทำงานในแต่ละแผนก เคลื่อนสู่แผนกบัญชี เพื่อให้เกิดการบันทึกบัญชีอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ ซึ่งถ้า IA ถูกวางระบบมาดีแล้ว บัญชีจะดีตามด้วย

  เรื่องการจัดโครงสร้างทางธุรกิจและการเงิน ก็เป็นอีกเรื่องที่มีความสำคัญ ถ้ามีบริษัทที่เกี่ยวข้องกัน โดยโครงสร้างการถือหุ้นเป็นกลุ่มเดียวกัน อาจต้องพิจารณาการควบรวม เพื่อให้เหลือบริษัทเดียว จะได้แก้ปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อน ซึ่งเป็นเรื่องที่จะทำให้เข้าตลาดหลักทรัพย์ไม่ได้

  ในส่วนของขนาดทุนจดทะเบียนที่ทำอย่างไรจะเพิ่มทุนได้ อาจต้องหาวิธีเพิ่มทุนที่ต้องใช้ความรู้เรื่องสินทรัพย์ไม่มีตัวตน มาพิจารณาเพิ่มทุน และ ฯลฯ จะได้มีขนาดทุนเข้าเกณฑ์ตามที่ตลาดหลักทรัพย์กำหนด ปัจจุบันบริษัทที่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ MAI มีขนาดทุนหลังขายหุ้นให้ประชาชน (IPO) ประมาณ 100 ล้านต้นๆ เท่านั้น