เรียกว่า Multiple Effect

ระหว่างรอขึ้นเครื่องบินกลับกรุงเทพ พอมีเวลาที่จะเขียนเรื่องที่นึกขึ้นได้แล้วคิดว่าควรเขียนมัน อย่างเรื่องการจับจ่ายใช้สอยที่หลายคนเห็นว่าควรประหยัด อะไรที่ไม่จำเป็นใช้ก็ไม่ต้องใช้เพื่อชีวิตจะได้มีความมั่นคงในอนาคต แต่สำหรับฉันคนที่ครอบครัวยากจน อยู่ในสลัมที่ในห้องเล็กๆผุพังแบบมีรูพรุนไปทั่ว ข้างล่างก็เป็นน้ำครำที่เน่าเต็มไปด้วยยุง ถ้าจะเข้าห้องน้ำต้องเดินไปประมาณ 50 เมตรเป็นห้องน้ำรวมที่คนในชุมชนใช้ร่วมกัน บทเวลาเจอปัญหาพร้อมกันก็ต้องต่อคิวกัน ยามค่ำคืนใช้กระโถนเป็นที่พึ่ง หลายบ้านที่ฉันรู้จักเขาเปิดพื้นแล้วก็ขับถ่ายลงไปในน้ำครำนั้น ชีวิตที่แร้นแค้น ต้องอดทนที่จะทนลำบาก อาชีพของคนในชุมชนหรือรับจ้างเป็นกรรมกรแบกหาม แต่สำหรับแม่ฉันขายผลไม้ที่ตลาดบางรัก
ฉันมักจะไปช่วยแม่ขายผลไม้ ไม่ได้ช่วยขายหรอกแต่ช่วยยืนให้กำลังใจแม่ ภาวนาในใจให้คนที่เดินผ่านไปผ่านมามาซื้อผลไม้จากแม่ เศษเสี้ยวของเงินของพวกเขามีค่ามีความหมายสำหรับฉันและแม่มาก นั่นหมายถึงว่าถ้าขายผลไม้ได้หมดก็จะพอมีกำไร เอาเงินกำไรนั้นไปจับจ่ายใช้สอยให้ชีวิตยังดำเนินอยู่ได้รอคอยวันพรุ่งนี้ที่คิดว่ามันจะดีขึ้น เงินที่ถูกจ่ายออกจากคนที่มาซื้อผลไม้จึงมีค่ายิ่งสำหรับฉัน
เวลาผ่านเลยมาหลายสิบปี ฉันไม่เคยลืมบุญคุณของคนที่จ่ายเงินซื้อผลไม้ของแม่เพราะมันทำให้ฉันมีวันนี้ ได้เรียนหนังสือได้เอาความรู้หาเงิน และยามฉันมีเงินฉันก็ได้ทำแบบพวกเขาคือจับจ่ายใช้สอย เพราะวันนี้ฉันให้นิยามการจับจ่ายใช้สอยว่าคือการทำบุญ ซื้อของแล้วไม่ได้ใช้เองเอาไปให้ผู้คนก็สามารถดำเนินการได้ถ้าคนนั้นมีกำลัง เห็นคนลำบากช่วยซื้อของเค้าเพื่อให้เค้ามีกำลังใจสู้ชีวิตต่อก็เป็นการทำบุญ ซื้อมาแล้วเก็บเอาไว้ในอนาคตอาจเพิ่มค่าได้สำหรับของบางชนิด เช่นรูปภาพ ของเก่า ฯลฯ ของประเภทนี้สามารถเอาไปขายต่อทำกำไรแล้วนำเงินทั้งหมดไปทำบุญต่อก็เท่ากับว่าได้ทำบุญสองชั้น ยกตัวอย่างซื้อรูปภาพมา 5,000 บาทได้ของมาเก็บไว้นานหลายปีเพิ่มค่าเป็น 10,000 บาท นำ 10,000 บาทไปทำบุญเท่ากับว่าได้ทำบุญ 15,000 บาท ด้วยการจ่ายแค่ 5000 บาท ซึ่ง 5000 บาทแรกได้ช่วยคนที่ดีให้เขาได้เงินเพื่อสู้ชีวิตต่อ มันเหมือนตัวทวีในทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ว่าการจับจ่ายใช้สอยจะสร้างรายได้ประชาชาติให้เพิ่มขึ้นมากกว่าจำนวนเงินที่ได้จับจ่ายใช้สอยไปที่เรียกว่า Multiple Effect ฉันจึงชอบทำบุญในรูปแบบแบบนี้ ทำบุญแล้วได้ของมา เก็บของเอาไว้ให้นานพอ แล้วเปลี่ยนของนั้นเป็นเงินเอาไปทำบุญต่อ ถ้าฉันไม่ใช้วิธีแบบนี้ฉันคงช่วยผู้คน สังคม และโลกใบนี้ไม่ได้มากพอ
ชีวิตแม้แต่จะแบ่งปันยังต้องมีการวางแผน ทำอย่างไรจึงจะแบ่งปันได้มากที่สุด ฉันโชคดีที่เป็นคนชอบสะสมงานศิลปะ ได้ช่วยกลุ่มคนที่ทำงานศิลปะตามแต่ลมแห่งโชคชะตาจะพัดเรื่องราวมาให้ฉันได้พบเห็น และทุกครั้งของการอุดหนุนงานศิลปะฉันไม่ลืมบอกแม่และพ่อที่จากไปว่ารับบุญด้วยนะ “ การจับจ่ายใช้สอยคือการทำบุญ”
2/10/69
🗝ขอคำปรึกษาปัญหาธุรกิจ กฎหมาย และคดีความ ได้ที่ Line@ :@sati.fpm, Inbox FPM Consultant, E-MAIL : sumrej2011@gmail.com
หาที่ปรึกษาที่ใช่ แล้วคุณจะชนะ