4681026509
4681026509

  เรื่องของศรัทธาที่นำทางชีวิตสู่ความสำเร็จเป็นเรื่องที่ต้องนำมาขบคิดพิจารณา และสอบถามตัวเองว่าตัวเองมีศรัทธาหรือไม่ ศรัทธาจะเกิดขึ้นได้คนคนนั้นต้องมีอาการละวางตัวตน ลดความยึดมั่นถือมั่น เป็นน้ำที่ไม่เต็มแก้วแต่ถ้ายังมีความยึดมั่นถือมั่นอยู่ ศรัทธาของคนคนนี้จะออกไปในทางลุ่มหลงงมงายเชื่อเรื่องที่มีอิทธิพลเหนือชีวิต แต่กับเรื่องของปัญญาจะไม่เชื่ออะไรเลย ซึ่งนั่นหมายถึงการเชื่อบางคนที่ชี้ทางสู่ความสำเร็จได้แต่เค้าจะไม่เชื่อเพราะความคิดของเค้าเองเป็นต้นเหตุขัดขวางความเชื่อ เพราะเขามีอาการศรัทธาชำรุด

  พระพุทธเจ้าพูดถึงศรัทธาสี่ประการที่จะขับเคลื่อนชีวิตของคนไปสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืน ศรัทธาสี่ประการมีเรื่องที่ควรพิจารณาดังต่อไปนี้

  1.ศรัทธาและเชื่อในการกระทำ ทำสิ่งใดย่อมได้สิ่งนั้น ถ้าไม่ทุ่มเทพยายามความสำเร็จก็ไม่เกิดขึ้น และความพยายามที่พูดถึงนี้ต้องเป็นความพยายามที่เทวดาถึงขั้นต้องหลังน้ำตา เป็นความพยายามแบบที่ไม่ใช่คนทั่วไปพูดถึงว่าตัวเองพยายามแต่ตัวเองก็ไม่ประสบความสำเร็จ ความพยายามในศรัทธาข้อนี้จึงเป็นเรื่องของความใส่ใจ มุ่งมั่นดำเนินการเพื่อให้เกิดความสำเร็จ ไม่สำเร็จไม่นอน ไม่สำเร็จขอยอมตาย

  2.ศรัทธาและเชื่อในผลของการกระทำ ถ้าทำดีต้องได้ดี ถ้าตั้งใจต้องเกิดความสำเร็จ ถ้าไม่ตั้งใจก็ต้องล้มเหลว ความเชื่อในข้อนี้นำมาสู่ความกลัวว่าตัวเองจะล้มเหลว พาให้เกิดการทุ่มเทการทำงานอย่างหนักและต้องการเอาชนะ ศรัทธาในข้อนี้ถ้ายกตัวอย่างก็เปรียบได้กับคนเป็นมะเร็งขั้นที่สี่ แต่มีจิตใจสู้กล้าหาญประสงค์จะเอาชนะ จึงทุ่มเททั้งกายและใจปฏิบัติตัวอย่างดีที่สุดเพื่อให้รอดจากโรคร้าย ปฏิบัติตามที่หมอสั่งอย่างเคร่งครัดเกิดการช่วยตัวเองด้วยและหมอช่วยด้วย ถ้าในธุรกิจที่กำลังเผชิญกับปัญหาที่เข้าขั้นวิกฤต การแก้ปัญหาที่เป็นหลักวิชาการและการต้องปฏิบัติตามแผนการแก้ปัญหาที่ได้ตรึกตรองว่าเป็นแผนที่ยอมรับได้และเป็นทางเดียวที่จะแก้ปัญหาได้ จะต้องใส่ใจดำเนินการอย่างเอาชีวิตเป็นเดิมพัน ในทุกลมหายใจต้องใส่ใจต่อความพ่ายแพ้ ระลึกเอาไว้ในใจตลอดว่าเราจะไม่แพ้ ศรัทธาจะนำทางให้เกิดการเดินทางที่เป็นการปฏิบัติตามแผนแบบต้องชนะให้ได้ตามที่แผนระบุเอาไว้ ศรัทธาจะเปลี่ยนเปลี่ยนแปลงนิสัยและสันดานของคนที่มีศรัทธาแบบหน้ามือเป็นหลังมือได้ด้วย

  3.ศรัทธาและเชื่อว่าสัตว์มีกรรมเป็นของตัวเอง อะไรที่เป็นเรื่องที่ไม่ดีที่เกิดขึ้นต้องแอ่นอกรับผิดว่าเพราะตัวเองเป็นต้นเหตุ ศรัทธาแบบนี้จะทำให้เกิดความกล้าหาญ มีความละอายและเกรงกลัวต่อบาป จะไม่ทำอะไรที่เป็นสาเหตุที่จะทำให้ความสำเร็จเกิดขึ้นไม่ได้ จะเป็นคนที่พูดแล้วทำจริง ไม่เป็นคนที่เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ คนที่มีศรัทธายอมรับผิดต่อการกระทำของตัวเอง ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะเป็นความสำเร็จมากกว่าความล้มเหลว

  4.ศรัทธาและเชื่อในปัญญาของตัวเอง ต้องมีคติในใจว่าถ้าเขาทำได้เราก็ต้องทำได้ ที่เราทำไม่ได้เป็นเพราะอะไร เราเป็นตัวปัญหาหรือไม่ เรายังพัฒนาไม่ดีพอใช่หรือไม่ เรายังขาดปัญญาใช่หรือไม่ เรายังมีความโลภโกรธหลงอยู่และยังคงมีความกลัวอยู่ทำให้ไม่กล้าเผชิญความจริง ทำให้ไม่เกิดแนวทางในการแก้ปัญหา หรือเกิดการไม่เอาจริงต่อการแก้ปัญหาเพราะตัวเองไม่อยากได้ยินเรื่องที่ตัวเองไม่อยากได้ยิน กรณีอย่างนี้ถือเป็นเรื่องของการขาดปัญญาล้วนล้วน คนมีปัญญาจะต้องมีสมาธิมีสติ ในขณะตรึกตรองอะไรจะสังเกตเรื่องของความโลภโกรธหลงและความกลัวที่เกิดขึ้นในจิตใจ ว่าถ้ามีความขุ่นมัวในใจเกิดขึ้น สิ่งที่คิดขึ้นมาได้นั้นไม่ใช่ปัญญาแน่นอน และเมื่อมันไม่ใช่ปัญญาความคิดนั้นจะสร้างความเสียหายมากมาย คนไม่มีปัญญาจึงคือคนที่ไม่มีศรัทธาในความหมายของข้อนี้

  ศรัทธาทั้งสี่ประการนี้ถ้าสังเกตุดีดีจะเป็นเรื่องของการพัฒนาตัวเองเป็นสำคัญ ยามที่เผชิญวิกฤตเผชิญปัญหา หากมีใครที่คิดว่าช่วยเหลือเราได้ ขอให้ฟังเรื่องราวที่เขาแนะนำว่าคำแนะนำทั้งหมดนั้นสรุปแล้ว ...เค้ากำลังแนะนำให้เรามีศรัทธาในสี่ประการนี้ใช่หรือไม่ ถ้าใช่จงฟังเขาเถิด เขาคือคนผ่านทางมาที่ใช่ที่อยากให้เราประสบความสำเร็จ เพราะความสำเร็จของเราเราต้องสร้างขึ้นเอง จะให้คนอื่นสร้างให้ไม่ได้ เหมือนคำพูดของพระพุทธเจ้าที่ว่า เราเป็นแค่ผู้ชี้ทางแต่เธอต้องเป็นคนเดินไปเอง

  ดูคลิปความลับของความสำเร็จ ได้ด้านล่างนี้


 21/8/69

  🗝ขอคำปรึกษาปัญหาธุรกิจ กฎหมาย และคดีความ ได้ที่ Line@ :@sati.fpm, Inbox FPM Consultant, E-MAIL : sumrej2011@gmail.com


  หาที่ปรึกษาที่ใช่ แล้วคุณจะชนะ