เกิดโลโก้เด็กชายสติ

ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าจะเกิดโลโก้เด็กชายสติขึ้นมาจากการทำเพลง จะเรียกว่าเป็นเหตุบังเอิญก็อาจถูกบางส่วน แต่ส่วนที่เหลือก็น่าจะเป็นเรื่องของการทำตามความฝันที่ไม่ได้มีเหตุผลเรื่องของเงินทองเข้ามาเกี่ยวข้อง แค่อยากทำสิ่งที่อยากทำให้มันเป็นจริง
การพบกับอาจารย์สุชีพ ณสงขลา ที่เขียนหน้าปกคู่มืออสังหาริมทรัพย์ซึ่งเป็นหนังสือเล่มแรกในชีวิตเมื่อปี 2538 ผมยังจำได้ว่าได้จ่ายเงินค่าจ้างอาจารย์อยู่ที่ 15,000 บาท ใช้วิธีวาดด้วยมือและลงสีด้วยวิธีแอร์บรัช ถ้าเป็นสมัยนี้ก็ใช้ ai ดำเนินการให้ไม่ถึง 5 นาทีเสร็จ โลกมันเปลี่ยนไปจริงๆ อาจารย์เป็นนักวาดการ์ตูนอยู่แล้วพอฟังเพลง เด็กชายสติ สูงส่ง ก็ถูกใจและวาดตัวการ์ตูนเด็กชายสติขึ้นมา อาจารย์บอกผมว่ามันคือตัวคุณ ตัวคุณที่ตั้งบริษัทที่ในบริษัทไม่มีโต๊ะทำงาน ต้องนั่งทำงานกับพื้น
เมื่อโลโก้เด็กชายสติถูกเอาไปวางบนหน้าปกด้วยหนังสือที่ผมเขียนขึ้น คนก็เริ่มรู้จัก FPM แล้วหนังสือก็เริ่มขายได้ บางเล่มก็ขายดี บางเล่มก็ขายพอได้ทุน ไม่มีเล่มไหนขาดทุน แต่ด้วยการตั้งปณิธานเอาไว้ในใจของผมที่จะเขียนหนังสือให้ทะลุ 100 เล่มให้ได้ แล้วจะเขียนให้ได้เดือนละประมาณสามถึงห้าเล่ม เพราะยุคแรกของการเขียนหนังสือมันมีเรื่องให้เขียนมากมายมหาศาล ที่ประสบการณ์ออกแรงรบเร้าบอกว่าเรื่องนี้ต้องเขียนเรื่องนั้นก็ต้องเขียน เลยเกิดการเขียนหนังสือทั้งวันทั้งคืน ไปไหนก็คิดเรื่องหนังสือ นอนหลับก็ฝันถึงหนังสือ ตื่นมามีแรงก็หยิบปากกาเขียนหนังสือ ว่างที่ไหนก็เขียนหนังสือ มาวันนี้หนังสือที่เขียนมา 30 ปีนับจำนวนได้เกินกว่า 200 เล่ม จริงๆแล้วยังมีแรงบันดาลใจที่ต้องออกหนังสือให้ได้มากๆอยู่เรื่องนึง คือเรื่องความตั้งใจที่จะไปทำหลักสูตรร่วมกับมหาวิทยาลัยของภาครัฐ ตั้งใจว่าจะทำร่วมกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สุดท้ายตัดสินใจเลือกมหาวิทยาลัยหลังเพราะผมเองจบป.ตรี ป. โทที่นี่ และคณะที่ตั้งใจเอาไว้ก็คือคณะเศรษฐศาสตร์ ถ้าบริษัทไม่มีผลงานทางวิชาการ ไม่สามารถอวดอ้างตนเองได้ว่ามีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักให้มหาวิทยาลัยตรวจสอบความรู้ความสามารถของเราได้ ไม่มีทางที่จะไปดำเนินการจัดหลักสูตรการอบรมร่วมกับมหาวิทยาลัยอย่างแน่นอน นี่ก็เป็นเหตุผลสำคัญที่ต้องเขียนหนังสือให้ได้มากที่สุดใช้ระยะเวลาประมาณ 10 ปีก่อนจะเดินทางเข้าสู่มหาวิทยาลัย เกิดหลักสูตรความร่วมมือพัฒนาวิชาการกับคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ตั้งแต่ปี 2551 ถึง 2561 รวมระยะเวลา 10 ปี
คนมีฝันเมื่อเจออุปสรรค ดูเหมือนจะเจอเรื่องที่มีความเป็นไปไม่ได้ ส่วนใหญ่เลือกที่จะล้มเลิกแต่สำหรับผม ผมเลือกที่จะเดินไปให้สุดชะตากรรมตรงไหนขาดตกบกพร่อง ตรงไหนไม่มี ขอเวลาไปสร้างทำ ทำแบบคำพูดของหนังจีนที่ว่า 10 ปีล้างแค้นไม่สาย ผมเป็นหมาบ้าที่กัดกระดูกในขณะที่ถูกคนเคี่ยนตีแล้วไม่ยอมปล่อย ผมขอตายคากระดูก กระดูกคือความฝันของผม ถ้าผมทำความฝันให้เป็นจริงไม่ได้ผมขอตายดีกว่า นี่อาจจะเป็นข้อดีของผมที่ชอบเดิมพันกับความตายตลอดเวลา และมันก็เป็นเคล็ดลับสู่ความสำเร็จเพราะผมกลัวตายมากกว่าผมจึงทำเรื่องที่เดิมพันกับตัวเองสำเร็จทุกเรื่อง เคล็ดลับนี้ผมไม่สงวนลิขสิทธิ์ใดใดใครจะนำไปใช้ก็สามารถนำไปใช้ได้เลย เพียงแต่มีข้อแม้อยู่เรื่องเดียวคือต้องตายจริงๆถ้าทำไม่สำเร็จ อุบายที่ผมใช้นี้มันก็เป็นเรื่องของการมีสัจจะกับตัวเองแค่นั้นเอง “เสียชีพอย่าเสียสัตย์” มีพลังขับเคลื่อนความพยายามของคนได้อย่างเหลือเชื่อ
วกกลับมาที่โลโก้เด็กนั่งเขียนหนังสือ ผมเริ่มคิดขึ้นว่าถ้าหนังสือขายดีขึ้นเพราะมีโลโก้เด็กคนนี้ ผมสามารถสร้างเงินด้วยการให้โลโก้เสกเงินให้ผมซักห้าล้านบาท ผมจะเพิ่มทุนบริษัท FPM จาก 5,000,000 เป็น 10 ล้านบาท ด้วยการรับชำระค่าหุ้นเพิ่มทุนเป็นโลโก้เด็กชายสติ ที่เจ้าของโลโก้เด็กชายสติจะได้รับหุ้นมูลค่าห้าล้านบาทเป็นการตอบแทนค่าโลโก้ แล้วโลโก้นี้จะโอนกรรมสิทธิ์ให้กับบริษัทไป คนที่เป็นเจ้าของโลโก้ก็จะต้องไม่ใช่ FPM แต่จะต้องเป็นคนนอก และคนนอกนี้จะต้องไปจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าโลโก้เด็กชายสตินั่นเขียนหนังสือบนพื้น เพื่อจะได้มีของเอาไปแลกหุ้นเพิ่มทุนของ FPM แค่คิดได้เช่นนี้ผมก็มีอาการลิงโลด บอกไม่ถูกว่าการทำเพลงเมื่อในอดีต มันจะกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมมีเงินมีทองขึ้นมา
ผมมองออกไปที่ท้องฟ้าในเวลานี้ ฝนตกลงมาพรำๆ มันตกมาตลอดทั้งคืน บรรยากาศดูมืดครึ้ม มันช่างเป็นวันที่น่าจดจำซะเหลือเกิน ฝนบางทีก็ทำให้คนเศร้ามากขึ้น บางทีก็ทำให้คนใจเย็นลงแล้วผ่อนคลายเกิดอาการสงบ นี่เป็นวันที่ 25 กันยายน 2569 ใจก็แว๊บขึ้นมาว่าเป็นวันที่พระพิฆเนศท่านจะกลับบ้านบนฟ้าหลังมาเยือนโลกตามความเชื่อของศาสนาฮินดู พระพิฆเนศคงเปียกฝนอย่างสนุก ท่านคงมีความสุขแบบสุดสุด
เรื่องราวการสร้างเงินห้าล้านบาทเมื่อเกือบ 30 ปีก่อนจากโลโก้เด็กชายสตินั่งเขียนหนังสือบนพื้นยังไม่จบ ต่อตอน 2
25/9/69
🗝ขอคำปรึกษาปัญหาธุรกิจ กฎหมาย และคดีความ ได้ที่ Line@ :@sati.fpm, Inbox FPM Consultant, E-MAIL : sumrej2011@gmail.com
หาที่ปรึกษาที่ใช่ แล้วคุณจะชนะ