เมื่อหมายยึดทรัพย์มาปิดที่สำนักงาน

⚖️ ลูกหนี้สถาบันการเงินถูกฟ้องคดีต้องทำอย่างไร?
✍ เมื่อหมายยึดทรัพย์มาปิดที่สำนักงาน
📝 ลูกหนี้รายนี้ถูกสถาบันการเงินฟ้องคดีเรียกหนี้กู้ยืมเงินเป็น 2 คดี เมื่อปี 2563 คดีหนึ่งฟ้องในนามบริษัทและเป็นจำเลยที่ 2 ในฐานะผู้ค้ำประกัน อีกคดีฟ้องในนามส่วนตัวเพราะทำสัญญากู้ยืมเงินทั้งในนามบริษัทและในนามส่วนตัว คดีทั้งสองได้มีคำพิพากษาศาลชั้นต้นแล้ว แต่คดีที่ถูกฟ้องในนามบริษัทได้ถึงที่สุดแล้ว เพราะจำเลยไม่ได้ยื่นอุทธรณ์คดี ส่วนคดีในฐานะส่วนตัวได้ยื่นอุทธรณ์คดีพร้อมกับคำร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลใช้แทนโจทก์ในชั้นอุทธรณ์ซึ่งคดีอยู่ระหว่างอุทธรณ์คำสั่งศาล ระยะเวลาตั้งแต่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา จนถึงตอนนี้ก็ได้ระยะเวลาเก้าเดือนแล้ว โดยที่ลูกหนี้ยังไม่ต้องนำเงินมาวางศาลเลย
📘 เมื่อไม่กี่วันมานี้ ทางลูกหนี้ได้รับหมายยึดทรัพย์ไปปิดไว้ที่สำนักงานบริษัท ซึ่งเป็นตึกพาณิชย์ที่จำนองค้ำประกันหนี้ทั้งสองคดี โดยหมายยึดทรัพย์เป็นคดีฟ้องในนามบริษัทที่คดีได้ถึงที่สุดแล้ว ลูกหนี้ไม่ได้อุทธรณ์คดีต่อ ส่วนคดีที่ฟ้องในนามส่วนตัวยังไม่มีหมายยึดทรัพย์มาปิด เพราะโดยส่วนใหญ่แล้วเจ้าหนี้จะไม่ยึดทรัพย์ในขณะที่คดียังไม่ถึงที่สุด ดังนั้นลูกหนี้จึงตกอกตกใจเป็นอย่างมากที่พบว่าสำนักงานจะถูกยึดทรัพย์ออกขายทอดตลาดแล้ว และได้แต่เสียดายที่ตัดสินใจผิดพลาดไม่ได้ยื่นอุทธรณ์คดีต่อ เพาะตั้งใจว่ายังไงก็จะเข้าไปเจรจาหนี้กับเจ้าหนี้อยู่แล้ว จึงไม่อุทธรณ์คดี แต่เป็นการตัดสินใจที่ผิดเนื่องจากแม้จะเข้าไปเจรจาก็ต้องยื่นอุทธรณ์คดีไว้ก่อน ในทางศาลก็ดำเนินคดีไป ส่วนการเจรจาหนี้ก็เข้าไปเจรจาอีกทางหนึ่ง เพราะการเจรจาต้องใช้ระยะเวลานาน กว่าจะหาแนวทางในการชำระหนี้ได้ และต่อรองยอดหนี้กันจบบางรายเป็นระยะเวลานานถึงสามสี่ปีเลยทีเดียว ถ้าไม่ได้สู้คดีไว้ การเจรจาจะกดดันเพราะมีหมายยึดทรัพย์มาปิดไว้ที่สำนักงานแล้ว อย่างไรก็ตามถ้าหากลูกหนี้ยังติดต่อเจรจากับเจ้าหนี้อยู่ เจ้าหนี้ก็จะไม่ยึดทรัพย์ในตอนนี้ แต่ต้องเป็นการเจรจาที่เอาจริงเอาจัง มีความเป็นไปได้ ไม่ใช่นิ่งเฉยโดยไม่ติดต่อกับเจ้าหนี้เลย เมื่อลูกหนี้เงียบหายไป เจ้าหนี้ก็ต้องบังคับคดีตามขั้นตอนของกฎหมาย เพราะคดีนี้ทรัพย์จำนองมีมูลค่าสูงกว่ามูลหนี้ด้วย
💡 หลังจากได้รับหมายยึดทรัพย์แล้ว ลูกหนี้ก็รีบวิ่งแจ้นเข้าไปพบกับตัวแทนของเจ้าหนี้ เพื่อเจรจาชำระหนี้ ซึ่งในการเจรจาครั้งแรกนี้ยังไม่สามารถตกลงกันได้แน่นอน การเจรจาครั้งแรกเพื่อพูดคุยสอบถามแนวทางการชำระหนี้ว่ามีแนวทางอย่างไรบ้าง สามารถตีทรัพย์ชำระหนี้ หรือนำทรัพย์ออกขายเองได้หรือไม่ และเจ้าหนี้จะลดหนี้ได้เท่าไร ซึ่งตามหลักแล้ว ลูกหนี้จะต้องเป็นฝ่ายเสนอเงื่อนไขเข้ามาให้เจ้าหนี้พิจารณาก่อนตามแนวทางที่ได้พูดคุยกัน อย่างไรก็ตามทางตัวแทนของเจ้าหนี้ซึ่งเป็นระดับผู้จัดการก็ได้เกริ่นมาเป็นแนวทางแล้วว่าลดยอดหนี้เงินต้นให้บ้าง ส่วนดอกเบี้ยนั้นตัดทั้งหมดเลย ถือว่าเป็นแนวทางที่ดีสำหรับลูกหนี้ เวลาทำข้อเสนอมานำเสนอก็แน่นอนว่า ลูกหนี้ต้องเสนอตัวเลขต่ำไว้ก่อน เพื่อให้เกิดการเจรจาที่ตัวเลขขยับขึ้นมาไม่มากเกินไป และเจ้าหนี้ซึ่งเป็นสถาบันการเงินซื้อหนี้เสียมาก็ WIN กันทั้งสองฝ่าย
💡ลูกหนี้รายนี้ได้แต่พึมพำกับตัวเองว่า เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย เพราะไม่อยากเสียค่าจ้างทนายยื่นอุทธรณ์คดี ทำให้คดีถึงที่สุดและมีหมายมาปิดที่สำนักงาน แล้วทำให้กดดันต้องรีบหาทางออกนำเงินมาชำระหนี้ เหตุการณ์นี้ลูกหนี้จะต้องตั้งสติให้ดีๆ ไม่ลนจนลำดับความสำคัญของการแก้ไขปัญหาไม่ถูก ถ้าลูกหนี้ยังติดต่อเจรจากับเจ้าหนี้อยู่และรีบหาทางนำเงินมาชำระหนี้ โดยมีความคืบหน้าในการเจรจา เจ้าหนี้ก็คงไม่ยึดทรัพย์ในขณะที่กำลังเจรจาหรอก
ลูกหนี้จำนวนมากเวลาเกิดวิกฤตทางการเงินเปรียบได้กับการเจอขาลงของชีวิตและของธุรกิจ ทำให้เกิดความเครียดมากและความเครียดนี้ทำให้เกิดอาการคิดวน เหมือนคนพายเรือในอ่างแต่ไม่มีทางออก อาการคิดวนนี้มีความเชื่อมั่นในตัวเองปนอยู่อย่างมากด้วย ซึ่งจะพาให้ลูกหนี้ตัดสินใจไปอย่างผิดพลาด ลูกหนี้มักจะให้กำลังใจตัวเองแบบมีความหวังที่เหมือนกับเป็นการเล่นพนันตาสุดท้าย เขาเชื่อว่าจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น แพ้มาหลายตาแล้วตานี้นี่แหละต้องรอดเพราะลูกหนี้คนทำธุรกิจเคยมีประสบการณ์การเจอปาฏิหาริย์กันแทบทุกคน มันทำให้เขาเชื่อว่าปาฏิหาริย์จะเกิดขึ้นกับเขาอีกครั้งนึง ถือเป็นความหวังที่เป็นความงมงาย ความหวังแบบนี้เป็นอันตรายอย่างมากถึงขั้นพาให้เค้าจมดิ่งหายนะแบบชั่วเจ็ดที ปัญญาเท่านั้น ปัญญาตัวเดียวจึงจะช่วยเขาได้ในเวลานี้
การยอมรับความจริงว่าทุกอย่างไม่มีอะไรเที่ยง มีขึ้นมีลง คนก็คือสัตว์ชนิดหนึ่งต้องรู้จักปรับตัวไปตามสถานการณ์ คนแพ้ร้อยทั้งร้อยก็คือคนที่ปรับตัวไม่ได้ต้องการสภาพที่ตัวเองเป็นอยู่ ยังคงแบกหน้าตา แบกเกียรติแบกศักดิ์ศรีทำให้เกิดอาการหน้าใหญ่ไม่รู้จักแพ้ คนเราการรู้จักแพ้แบบวางแผนการแพ้ถือเป็นการชนะยิ่งใหญ่มาก ชนะเพื่อจะให้โอกาสของตัวเองยังคงอยู่ แล้ววันหนึ่งจะกลับมาได้ ยามกลับมาใหม่นี้จะมีความละเอียดรอบคอบและสิ่งหนึ่งที่กลัวมากๆกลัวแบบขี้ขึ้นสมองคือความเชื่อมั่นในตัวเอง
ความเชื่อมั่นในตัวเองที่ขาดปัญญากำกับก็คือความหวังที่งมงาย สร้างความเสียหายอย่างย่อยยับให้กับชีวิต จงระวังความหวังที่งมงาย ยามสู้คดีกับเจ้าหนี้ต้องรักษาคดีเอาไว้ให้นานที่สุด แล้วใช้ช่วงเวลาที่สู้คดีนี้สร้างเนื้อสร้างตัวและเจรจากับเจ้าหนี้เพื่อให้ได้เงื่อนไขการปรับปรับปรุงโครงสร้างหนี้ที่ดีที่สุด นำไปสู่สัญญาประนีประนอมยอมความในชั้นศาลแบบที่ทนายจงรักษ์เล่าให้อ่านกัน
#ทนายจงรักษ์ #หาที่ปรึกษาที่ใช่แล้วคุณจะชนะ #Fpmconsultant
20/9/69
🗝ขอคำปรึกษาปัญหาธุรกิจ กฎหมาย และคดีความ ได้ที่ Line@ :@sati.fpm, Inbox FPM Consultant, E-MAIL : sumrej2011@gmail.com
หาที่ปรึกษาที่ใช่ แล้วคุณจะชนะ