คนจะชนะเวลาได้ ต้องหันมามองจิตใจตัวเอง

วันนี้ลูกศิษย์มาเยี่ยม เป็นเจ้าของบริษัทใหญ่ มีโครงการจะเข้าตลาด แต่ความที่ตัวเองขาดความละเอียด หูเบาเชื่อคนง่าย หวังคอนเน็คชัน หวังการขึ้นลิฟต์ผ่านผู้อื่น เลยทำให้โฟกัสแต่ภาพกว้าง ภาพลึกลงรายละเอียดไม่ได้เลย ถ้าจะเปรียบประโยคที่ว่าเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อก็เปรียบได้
ลูกศิษย์ไม่ใช่แค่ท่านนี้ท่านเดียวที่อยู่ในวัยยามเย็น ยังมีลูกศิษย์อีกหลายคนที่ในอดีตเคยเป็นพยาอินทรี แต่วันนี้กลับมาเป็นแค่นกธรรมดา และหวนหาความสำเร็จเมื่อวันวาน อยากกลับไปเป็นแบบเดิมมีเงินใช้สุขสบาย แต่อาจเป็นแค่ความฝัน
ยามเย็นเปรียบได้กับตอนบ่าย 4 โมง มีเวลาเหลืออีก 2 ชั่วโมง ฟ้าก็มืดเหมือนส่งสัญญาณว่า หมดวันหมดเวลา พรุ่งนี้ค่อยเริ่มต้นใหม่ แต่ยามเย็นที่น่ากลัวมากๆ คือยามเย็นยกกำลังสองซึ่งเป็นเรื่องของอายุขัย ที่สามารถคำนวณได้ว่าเหลือเวลากอบกู้ทุกอย่างให้กลับมา มีเหลืออีกกี่ชั่วโมง คำนวณดูแล้วอาจไม่เกิน 10 ปี
การตระหนักรู้กับเรื่องเวลาที่เหลืออยู่ และกับเรื่องที่เป็นสาเหตุแห่งความผิดพลาด ที่ทำให้วันนี้ต้องเผชิญชีวิตอย่างนี้ เยอะเลยที่เข้าทำนองว่ารู้เมื่อสาย ทำให้ตื่นขึ้นมาในเช้าวันใหม่ต้องยอมรับยอมจำนนกับสภาพที่เป็นอยู่ สรุปความว่าคนทุกคนพ่ายแพ้กับเวลา ไม่มีใครเลยสักคนชนะเวลาได้ เวลาจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ใครเห็นความสำคัญของมันได้ จะไม่ปล่อยเวลาให้ผ่านไปอย่างไร้ค่า
การขาดความละเอียดรอบคอบ การไม่ใส่ใจลงรายละเอียด การยืมจมูกคนอื่นหายใจ การผัดวันประกันพรุ่ง การโทษผู้อื่นโดยไม่ยอมโทษตัวเอง การหาความสุขกับเรื่องที่ไร้ประโยชน์ การไม่ขวนขวายเรียนรู้ การขาดความอดทนต่อสู้อย่างนักสู้ผู้ทรนง การเห็นแก่ตัว การยกตนข่มท่าน การหลงผิดคิดว่าตัวเองเก่ง ตัวเองเป็นผู้ใหญ่ การขาดไร้ซึ่งความเมตตา การขาดความอ่อนโยน การขาดความจริงใจ การตระหนี่ที่มากเกินไป การยึดติดกับวัตถุมากกว่าจิตใจ ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นพฤติกรรมและการกระทำ ที่ชีวิตจะพ่ายแพ้กับเวลา หมายความว่าจะกี่ปีกี่ปี ชีวิตที่เป็นเหมือนรถยนต์ก็วิ่งไม่ได้ระยะทาง เพราะถูกพฤติกรรมและการกระทำที่ว่ามาฉุดรั้งไม่ให้เติบโตก้าวหน้าในขณะที่เวลาก็เดินของมันไปเรื่อย
คนจะชนะเวลาได้ ต้องหันมามองจิตใจตัวเอง หาให้เจอความไม่ดีของตัวเอง แล้วรีบปรับปรุง พฤติกรรมและการกระทำตามที่กล่าวมาข้างต้นจะ Reverse กลับไปอีกด้านที่ตรงกันข้าม ชีวิตจะเปลี่ยน ความคิดจะเปลี่ยน ความเข้าใจจะมากขึ้น ใจจะเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ผุดความเมตตา เริ่มรู้สึกถึงความจริงว่าทุกคนเป็นเพื่อนร่วมเกิดแก่เจ็บตายด้วยกันทั้งสิ้น ทำให้กลายเป็นคนอ่อนโยนแต่ไม่อ่อนแอ ผู้ใหญ่เห็นผู้ใหญ่รัก อยากทำอะไรผู้ใหญ่ก็ยินดีช่วย ชีวิตเข้าสู่โหมดของคนดีตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้
ลูกศิษย์วันนี้ปลดจากล้มละลาย ได้มีโอกาสเริ่มต้นใหม่ แต่การเริ่มต้นใหม่ต้องการปัญญาที่เข้มข้นกว่าเดิม และต้องการการเป็นคนดีที่มากกว่าเดิมด้วย คนดีที่รู้ว่า ที่ผ่านมาฝีมือกรูล้วนๆ
12/5/69
🗝ขอคำปรึกษาปัญหาธุรกิจ กฎหมาย และคดีความ ได้ที่ Line@ :@sati.fpm, Inbox FPM Consultant, E-MAIL : sumrej2011@gmail.com
หาที่ปรึกษาที่ใช่ แล้วคุณจะชนะ