สามสิบปีบริษัทฉัน ตอน 7
“สามสิบปีบริษัทฉัน ตอน 7”

“ทำไมถึงหยุดทำงานล่ะ? ถ้าทำงาน แพนิคอาจหายได้” หมอที่โรงพยาบาลมนารมย์พูดบอกฉัน ฉันตอบไปว่า ฉันสัญญากับตัวเองว่าจะทำบริษัทแค่ 30 ปี พอครบแล้วจะเลิก แต่นี่ปี 2562 ฉันซ้อมเกษียณ ฉันเลยป่วย เพราะตื่นเช้ามาทุกวันไม่มีอะไรทำ มีเงินแต่ไม่มีงานทำ มันไร้คุณค่า หมอครับคุณค่ามีค่ามากกว่ามีเงิน
หมอเจอฉันครั้งแรก ไม่แน่ใจว่าฉันมาไม้ไหน? ฉันอาจเป็นจิตเวชหนักแบบในหนังก็ได้ ฉันเลยพูดให้หมอสบายใจว่า หมอกดชื่อฉันในกูเกิ้ลได้เลย ฉันพูดจริงไม่โกหก
หมอชวนคุยเรื่องอิสรภาพทางการเงิน ฉันบอกหมอว่าเป็นเรื่องของคนปัญญาอ่อน ฉันได้คำตอบแล้ว และผลจากการได้คำตอบเลยต้องมาหาหมอ หมอครับ ผมต้องการยาเซอร์ทารีน และยาโคลนาซีแพม 2 ตัวนี้ถ้ากิน 6 เดือนแล้วอาการของผมจะดีขึ้น ตอนนี้สมดุลสารเคมีในสมองส่วนกลางของผมมีปัญหา
ฉันเล่าให้หมอฟังว่า ฉันหยุดทำงานในปี 2562 จะหยุดให้ครบสามปี ทรมานอย่างไรจะอดทน จะหาคำตอบกับเรื่องอิสรภาพทางการเงิน ว่าคนจะอยู่โดยไม่ทำงานได้? ถ้ามีเงินไม่ได้เดือดร้อนอะไร สุดท้ายฉันพบความทรมาน คุณค่าเมื่อหายไป เงินมีมากขนาดไหนก็ไร้ความหมาย
ในเวลาที่แอร์เย็น ฉันนั่งอยู่ต่อหน้าหมอ เรื่องของอีอ้อยลูกค้ารายแรกก็โผล่ขึ้นมาในปี 2538 ฉันกำลังนั่งนับวันรอไปหาผู้หญิงคนนี้ ที่ทำให้ฉันต้องมีน้ำตา ฉันทำงานสำเร็จแต่โดนเบี้ยวเงิน มันเป็นเงินที่ฉันหวังว่าจะทำให้ฉันพอมีลมหายใจต่อชีวิตอีกซักนิด เพื่อให้สู้ต่อกับความฝัน แต่ไม่ได้เป็นอย่างที่คิดเลย
ลูกค้ารายนี้มาจากจดหมายฉบับเดียวในพันกว่าบริษัทที่ติดต่อมาหาฉัน ที่ทำให้หัวใจพองโต ตื่นเต้นแทบเป็นแทบตาย เมื่อออกเดินทางไปหา ได้งานทำ แต่ต้องทำสำเร็จจึงจะได้เงิน เด็กเมื่อวานซืนได้งาน เซ็นสัญญาจ้างก็ลิงโลดแล้ว
เมื่อได้งาน ไม่รู้จะหาใครมาร่วมทุน นึกถึงแต่ว่าคนรวยอยู่ที่ไหน ครั้นเมื่อเจอคำตอบ ปฏิบัติการหาคนรวยมาร่วมหุ้นกับอีอ้อยจึงเริ่มต้นขึ้น
หาที่ปรึกษาที่ใช่ แล้วคุณจะชนะ