สามสิบปีบริษัทฉัน ตอน 9
“สามสิบปีบริษัทฉัน ตอน 9”

พี่ครับ ผมเป็นที่ปรึกษา ที่ผมส่งจดหมายมาผมเขียนเอง ไอ้ชายพูดตอนเจอผู้สนใจเข้าลงทุนในบริษัทของลูกค้าชื่ออ้อย ที่คนคุยด้วยเป็นกรรมการของบริษัทในเครือที่จดทะเบียนในตลาดหุ้น พี่ครับกิจการนี้มีอนาคต เป็นคู่แข่งของแครี่บอยเลยทีเดียว
“ทำไมเขาไม่สำเร็จ” ฉันตอบไปว่า ว่ากิจการของเขาเล็กกว่าแครี่บอย กิจการที่จะแข่งได้ต้องสร้างความประหยัดจากขนาดได้ และการจะสร้างการประหยัดจากขนาดต้องเพิ่มการลงทุน มันเป็นทางเดียวที่จะทำให้สินค้ามีราคาถูกลง ฉันพูดตามทฤษฎีที่เรียนมา แต่ความเข้าใจจริงๆ ไม่ได้แตกฉานแบบ 100%
ถ้าใส่เงินเพิ่มทุนตามที่เขาขอ จะรอดได้? ฉันตอบไปว่า รอดได้ครับพี่ เพราะถ้าดูจาก cash flow ที่ผมทำมา มันรอดแล้วพี่จะได้เงินเพิ่มอีกด้วย ดูพี่เขานิ่งเฉย แล้วพูดปิดท้ายว่า คุณพาคุณอ้อยมาหาผมได้? ผมตอบว่าได้ครับพี่
วันแรกที่เจอผู้สนใจลงทุน ฉันจำความได้แค่นี้ ฉันแสนดีใจว่าวันนี้จบลงด้วยดี เกิดโอกาสในวันพรุ่งนี้ คนเราถ้าไม่ยอมแพ้ จะเกิดโอกาสใหม่ๆมา ทำให้ไม่ตาย ดังนั้นจงอย่าสิ้นหวัง ไอ้ชายไม่สิ้นหวังจึงมายืนอยู่ที่ตึกหลักสี่พลาซ่าได้ แค่อีกนิด พาลูกค้ามา เรื่องราวงานที่ปรึกษาเคสแรกต้องจบด้วยดีแน่นอน
คุณอ้อยก่อนเปลี่ยนเป็นอีอ้อย ได้ยินข่าวจากฉันมีอาการดีใจเป็นที่สุด ไอ้ชายหาผู้ร่วมทุนเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สุดปัง สุดอลังการ แม้ยังไม่สำเร็จแต่ก็ทำให้ทุกคนเกิดความหวังบรรเจิด น้ำที่ไม่ได้ตกในทะเลทรายมานาน จะตกในอีกไม่นานนับจากนี้
การเจรจาระหว่างผู้ร่วมทุนกับอีอ้อยจบลงด้วยดี ได้ตกลงร่วมลงทุนกัน ฉันนั้นดีใจเป็นที่สุด เงินเกือบสามแสนค่าที่ปรึกษาจะได้แน่ ยิ้มหวานยิ้มใหญ่ แต่สุดท้ายที่ชั้นล่างของหลักสี่พลาซ่า อีอ้อยฉายธาตุแท้ออกมา มันเลวระยำเป็นที่สุด เล่นเอาฉันร้องไห้
หาที่ปรึกษาที่ใช่ แล้วคุณจะชนะ