30th3
30th3


  อริยบุคคลชั้นโสดาบัน ต้องผ่านขั้นตอนทางใจ 3 ขั้นตอน

  ขั้นที่ 1 ละสักกายทิฏฐิ คนไม่มีอยู่จริง มีแต่ธาตุหลายๆ ธาตุรวมตัวกันเป็นคน เป็นสิ่งของ เป็นสิ่งต่างๆ คน สิ่งของ และทุกสิ่งไม่มีอยู่จริง ไม่นานจะสลายหายไป เป็นของอยู่ให้เห็นในวันหนึ่ง เหมือนน้ำบนใบบอน ยามต้องแสงอาทิตย์ก็หายไป

  ขั้นที่ 2 ละวิจิกิจฉา คนต้องเลิกลังเลสงสัย ถามไปเรื่อย เพื่อหาคำตอบ แต่ครั้นเมื่อได้คำตอบ ก็ไม่เคลียร์ จึงถามต่อไปเรื่อย ถามไปงงไป หาความกระจ่างในใจไม่ได้ ถ้าละความสงสัยได้ ฟ้าก็เปิด แสงสว่างส่องลงมาได้

  ขั้นที่ 3 ละอาการสีลัพตปรามาส ไม่เชื่อดวง ไม่เชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เชื่อแต่ปัญญาของตัวเอง อะไรก็ไม่สำคัญ เหลวไหลไร้สาระ ไม่กลัว ไม่เปิดช่องให้พลังงานด้านมืดเข้ามารบกวน สงบท่ามกลางความวุ่นวายที่น่ากลัว

  ศาสนาพุทธบอกว่า ถ้าคนคนหนึ่งบรรลุสามข้อนี้ แม้ไม่ได้บวชเรียนมา ก็ถือว่าเป็นพระ ส่วนพระที่เห็นทั่วไป ถ้าไม่บรรลุโสดาบัน ถือว่าไม่ใช่พระ พระจึงเป็นฆราวาสได้ ส่วนพระดูดวงอาจไม่ใช่พระ

  โลกใบนี้วุ่นวาย มาวันนี้ฉันรู้แล้วว่า พระที่สร้างเอกลักษณ์ที่ไม่ใช่คำสอนของพระพุทธเจ้า ไม่น่าจะใช่พระ พระที่ดีต้องโฟกัสไปที่คำสอน ธรรมคือเรา เราคือธรรม แต่ถ้าไม่โฟกัสคำสอน นั่นหมายถึงความโง่ของญาติโยม ที่หลงไปกับความไม่รู้

  วันนั้นเมื่อสามสิบปีก่อน มีจิตวิญญาณ มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์อยู่ใต้ผ้าเหลือง เล่นฉันให้ตกกระไดในเกมเศรษฐี ฉันแค่เข้าใจมันแล้วเฉยๆกับการตกกระได เวลาที่เนิ่นนาน เฉลยความจริงว่าปี 2538 ไม่มีทางสำเร็จเป็นจริง?

  มาวันนี้ได้คำตอบว่า การเชื่อดวงคือความน่าสงสารของมนุษย์ พระที่ดูดวงควรถูกตำหนิ คนที่สนใจเรื่องภูติผีปีศาจ พลังงานลึกลับไม่ควรเจริญ ฉันว่าแบบนั้น

  สามสิบปีนั้น ถ้าฉันเชื่อดวงคงมาไม่ถึงวันนี้ วันที่พระรูปนั้นกับฉันเดินทางแบบคู่ขนาน เพราะฉันไปเจอพระอีกองค์ที่บอกว่า “ดวงดีทุกวัน ถ้าเหงื่อออก”


  หาที่ปรึกษาที่ใช่ แล้วคุณจะชนะ