การคาดการณ์ผิดพลาด มั่นใจในตัวเอง

🕰 ตลอดการเป็นที่ปรึกษามา 30 ปี (2538-2568 ในนาม FPM CONSULTANT) ช่วยคนแก้ปัญหาการทำธุรกิจ ได้พบเจอปัญหาที่มีต้นเหตุที่เหมือนกัน 100% คือ การคาดการณ์ผิดพลาด มั่นใจในตัวเอง มองอนาคตว่าจะดี จึงกระโดดเข้าไปลงทุน ผลออกมาตรงกันข้าม
💸 ลำพังการลงทุนตามปกติ คงไม่ได้สร้างปัญหาหนักหนาอะไร เพราะโครงสร้างการลงทุน ธนาคารที่ปล่อยเงินกู้ ควบคุมอัตราส่วนเงินกู้ต่อเงินทุนของเจ้าของเอาไว้ ไม่ให้เกิน 2:1 อยู่แล้ว อย่างกรณีโครงการลงทุนซื้อตลาดมูลค่า 30 ล้านบาท ธนาคารยินดีปล่อยเงินกู้สูงสุดอยู่ที่ 20 ล้านบาท บังคับว่าบริษัทต้องลงทุน 10 ล้านบาทเป็นขั้นต่ำ
📞 ลูกศิษย์คนหนึ่งที่เคยเรียนหนังสือกับผมเมื่อ 10 กว่าปีก่อน ติดต่อเข้ามาขอความช่วยเหลือ บอกว่ากำลังทุกข์ใจแสนสาหัสจากการเป็นหนี้ หาทางออกไม่ได้ อยากขอคำปรึกษา ในใจผมเองก็นึกว่า น่าจะกำลังถูกธนาคารฟ้องคดี
🔎 เมื่อได้คุยกับลูกศิษย์คนนี้อายุ 50 กว่า น่าจะมีอดีตที่ผ่านมาก่อนโควิด-19 กิจการตลาดให้เช่าบูม ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เป็นกิจการเสือนอนกิน ลูกศิษย์คนนี้เห็นดีเห็นงามกับสามี ทำทุกวิถีทางที่จะหาเงินไปประมูลตลาดที่ถูกธนาคารยึดขายทอดตลาด สุดท้ายก็ได้ตลาดมาสมใจ เป็นเหตุให้กู้เงินธนาคารเพิ่มเติมจำนวน 10 ล้านบาท มูลค่าตลาด 30 ล้านบาท
🗒 โครงสร้างการลงทุน 30 ล้านบาท จะเห็นว่า ลูกศิษย์ได้ลงส่วนทุนของตนเอง 20 ล้านบาท ถือว่าลงทุนในสัดส่วนที่สูง แต่ปัญหาเกิดในช่วง 2 ปีด้วยฤทธิ์โควิด-19 กิจการตลาดซบเซา จนทำให้รายได้หดตัวลง กำไรก็หดตัวลงมากเช่นกัน นำไปสู่การเจรจาขอให้ธนาคารปรับโครงสร้างหนี้ให้ โดยขอจ่ายดอกเบี้ยอย่างเดียว ในอัตรา 1.5% ต่อปี เงินกู้จำนวน 10 ล้านบาท เลยจ่ายดอกเบี้ยเกือบจะไม่ถึง 13,000 บาท แต่กลับเกิดปัญหาว่า จ่ายไม่ได้ ทั้ง ๆ ที่กำไรจากกิจการตลาดได้เดือนละ 100,000 บาทในปัจจุบัน
💡 พอพูดคุยมาถึงตรงนี้ ผมจึงถึงบางอ้อว่า ทุน 20 ล้านบาท ที่เอามาลงทุนในกิจการไม่ใช่ทุนที่ปลอดภาระ เป็นทุนที่มาจากการก่อหนี้ คือเป็นเงินที่ไปยืมเพื่อนฝูงญาติพี่น้องมาเกือบทั้งหมด ซึ่งเจ้าหนี้เหล่านี้ไม่ประสงค์จะให้ปรับโครงสร้างหนี้เหมือนกับธนาคาร ต้องผ่อนใช้หนี้ตามปกติเหมือนเดิม ซึ่งสภาพในปัจจุบัน สายป่านจะขาดแล้ว และผ่อนต่อไม่ได้จริง ๆ
💰 การลงทุนที่ภายนอกดูเหมือนจะเป็นไปตามโครงสร้างทางการเงินที่ดี มีการจำกัดความเสี่ยงให้ อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนทุนหรือ D/E Ratio ที่ไม่เกิน 2:1 แต่ความเป็นจริง ตัว E 20 ล้านบาท มาจากการก่อหนี้เกือบทั้งหมด โครงการนี้โดยเนื้อแท้แล้ว จึงลงทุนด้วยเงินกู้เกือบ 100% จึงขาดความสามารถในการชำระหนี้ ไปต่อไม่ได้
🖊 เขียนเล่ามาถึงตรงนี้ ก็ทำให้ผมเห็นภาพของตัวเองในอดีตที่ได้เคยทำเหมือนกัน รู้ซึ้งและหลาบจำกับความทรมานที่ได้รับเป็นอย่างดี ว่ามันโคตรทรมานขนาดไหน ทางแก้คือการต้องยอมรับความจริง ว่าทรัพย์สินไม่ใช่ของเรา เป็นของเจ้าหนี้ทุกคนรวมกัน เราได้รับประโยชน์จากกำไรในช่วงเวลาที่กิจการดี แต่ความโชคดีมีเวลาของมัน ไม่มีทางเกิดความโชคดีตลอดไปจนถึงวันสุดท้ายที่กิจการดีตลอด สามารถชำระหนี้เจ้าหนี้จนเหลือศูนย์ ซึ่งวันนั้นจะเป็นวันที่ลูกศิษย์ได้รับ 30 ล้านบาทมาฟรี โดยได้กระทำการจับเสือมือเปล่าประสบความสำเร็จ
🔎 “แล้วคุณมีแผนจะแก้ปัญหานี้อย่างไร?” ลูกศิษย์ตอบกลับมาว่า เขาได้ตั้งบริษัทขึ้นมา จะหาคนรวยที่รู้จักคนหนึ่งมาช่วย โดยเอามาเป็นผู้ถือหุ้น และเป็นกรรมการบริษัท แล้วให้บริษัทนี้ยื่นกู้เงิน เพื่อมาซื้อตลาดไป ในราคา 30 ล้านบาท ซึ่งผมก็ตอบไปว่า ทำได้ถ้าคนรวยคนนี้ช่วยและคนรวยคนนี้มีหลักฐานทางการเงินที่ธนาคารยอมรับ และอนุมัติเงินกู้ให้ได้ ก็พอจะเป็นทางออก
🔎 แต่สิ่งที่ผมสงสัย และถามกลับไปยังลูกศิษย์ ผมถามว่า “ทำไมคนรวยคนนี้ต้องมาช่วยคุณ?” ได้คำตอบกลับมาว่า นี่คือเรื่องที่อยากปรึกษาอาจารย์ ซึ่งผมก็ตอบกลับไปว่า คงต้องออกเป็นเรื่องชวนคนรวยคนนี้หุ้นโครงการตลาดนี้ โดยจูงใจให้เขาเห็นเรื่องราคาที่ถูก มีกำไรจากกิจการในอนาคตได้มาก และทรัพย์สินอันเป็นที่ตั้งของตลาดนี้จะเพิ่มค่าขึ้นมโหฬารในอีกไม่เกิน 10 ปี การชวนหุ้นเป็นทางเดียวที่จะทำให้คนรวยนี้ยื่นมือเข้ามาช่วย
โมเดล ให้ดำเนินการดังนี้
(1) ชวนคนรวยหุ้นตั้งบริษัทที่ทุน 10 ล้านบาท แล้วกู้เงินธนาคาร 20 ล้านบาท เอาเงิน 30 ล้านบาทมอบให้ลูกศิษย์
(2) ลูกศิษย์เอาเงิน 30 ล้านบาท ที่ได้รับมาไป คืนหนี้ธนาคารเดิม 10 ล้านบาท เป็นอันว่าปลดหนี้ได้ เหลือเงิน 20 ล้านบาท
(3) เงิน 20 ล้านบาท แบ่งออกมา 5 ล้านบาท เอาไปคืนคนรวย คนรวยจะถือหุ้นเหลือ 50% ลูกศิษย์จะถือ 50% โดยทุนจดทะเบียน 10 ล้านบาทเท่าเดิม เงินของลูกศิษย์ยังเหลือ 15 ล้านบาท เอาไปวางแผนจัดการต่อหนี้ที่กู้เจ้าหนี้ที่หลากหลายรวมแล้ว 20 ล้านบาทได้สบาย เพราะซื้อเวลารอดได้อีกหลายปี และยังเป็นเจ้าของกิจการตลาด 50% หุ้นกับคนรวยคนนี้
ผมไม่รู้ว่า ลูกศิษย์จะเข้าใจ? จึงถามย้ำไปหลายรอบว่า เข้าใจ? เข้าใจ? สาเหตุที่ผมถามย้ำ เป็นเพราะ คนหลงเดินทางผิด และกำลังเข้าสู่ตาจน หรือเข้าสู่เหตุการณ์ชั่ว 7 ที จะมีผีบังตากันทุกคน ผมได้แต่ภาวนาในใจว่า ลูกศิษย์คนนี้และครอบครัวจะโชคดี ไม่โดนผีบังตา เห็นทางออกที่ตัวเองไม่ต้องเป็นเจ้าของ 100%
9/1/69
🗝ขอคำปรึกษาปัญหาธุรกิจ กฎหมาย และคดีความ ได้ที่ Line@ :@sati.fpm, Inbox FPM Consultant, E-MAIL : sumrej2011@gmail.com
หาที่ปรึกษาที่ใช่ แล้วคุณจะชนะ