คุยในศาล ย่น เวลา เรื่องปวดหัว เรื่องคาราคาซังให้สำเร็จ

เมื่อวานฉันสรุปกับทนายต่อแผนการดำเนินการฟ้องคดีต่อศาลขอให้ศาลพิพากษาให้ดำเนินการปิดบริษัท สาเหตุเพราะหุ้นส่วนขัดแย้งกันไม่สามารถร่วมมือกันทำธุรกิจต่อไปได้ หลักฐานที่เป็นไม้เด็ดก็คือเรื่องการที่จำเลยโกงเงินค่าสินค้าของโจทก์ ที่จ่ายเงินไป 100,000,000 ส่งของมาแค่ 50,000,000 อีก 50,000,000 เบี้ยวไม่ยอมส่ง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยผิด ส่วนลูกศิษย์ในฐานะที่เป็นโจทก์เป็นฝ่ายชนะคดี
และข้างล่างคือเรื่องที่ทนายได้หารือมา แล้วฉันฟันธงให้ฟ้องคดีไป
“เรียนอาจารย์ครับ ผมหารือกับทีมทนายแล้วคิดว่าจะฟ้องเลยไม่นัดประชุมอีกครับ เหมือนในที่ประชุมก็ออกทำนองผลักภาระให้กันว่าได้ส่งเอกสารและข้อมูลต่างๆให้แก่กันแล้ว การประชุมครั้งต่อไป บรรยากาศก็คงออกมาเช่นเดิม แม้ฝ่ายเราจะมีเอกสารไปยัน แต่ฝ่ายเขาก็จะอ้างเรื่องอื่นไปเรื่อย สู้ยื่นฟ้องไป แล้วไปคุยกันที่ศาล น่าจะย่นระยะเวลาลงได้อีกมากครับผม อาจารย์มีความเห็นยังไงครับผม” ฉันตอบกลับไปว่าเห็นด้วย ฟ้องคดีเลย การคุยในศาลจะย่นระยะเวลาจัดการเรื่องที่ปวดหัว เรื่องที่คาราคาซังให้สำเร็จ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์วางเงื่อนไขการให้ศาลสั่งเลิกบริษัทเอาไว้หลายเงื่อนไข อย่างเรื่องทะเลาะกันแล้วไม่มีทางที่จะดำเนินการร่วมกันได้ก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่จะยื่นต่อศาลขอศาลสั่งเลิกบริษัทได้
วันนึงดีกัน วันหนึ่งเกลียดกัน ไม่มีอะไรเหมือนดั่งที่คิดเอาไว้ คนจึงต้องระวังความคิด อย่าเชื่อความคิดของตัวเอง เพราะความคิดของตัวเองเปลี่ยนไปตามกาลเวลา ไม่มีใครไม่โดนความคิดเล่นงาน มันเล่นงานให้บอบช้ำและสร้างความเสียหาย ยามทำธุรกิจไปนานนาน ย่ำอยู่กับความทุกข์ไปนานนาน จะแยกออกว่าอะไรคือความคิด อะไรคือปัญญา
24/7/69
🗝ขอคำปรึกษาปัญหาธุรกิจ กฎหมาย และคดีความ ได้ที่ Line@ :@sati.fpm, Inbox FPM Consultant, E-MAIL : sumrej2011@gmail.com
หาที่ปรึกษาที่ใช่ แล้วคุณจะชนะ