65
65



  📃งบการเงินเป็นเท็จ หรือทำงบไม่ตรงตามความเป็นจริง เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยมาก ยามหุ้นส่วนดีกัน กิจการมีกำไรสามารถแบ่งกำไรกันได้ ปัญหาก็ไม่มีอะไร สาเหตุเพราะคนร่วมลงทุนที่ไม่ได้บริหาร ได้แค่เงินปันผลที่คุ้มค่าก็พอใจแล้ว

  เคสนี้เป็นกรณีการกู้เงินของบริษัท ลูกศิษย์เห็นว่าบริษัทที่ตัวเองลงทุนร่วมด้วย กู้เงินมาใช้ทำธุรกิจ เงินกู้ก็เป็นของธนาคาร ถ้ากู้มาแล้ว ทำกำไรได้ ผ่อนหนี้ได้ก็ไม่มีปัญหาอะไร? แต่นี่มีปัญหาขึ้นเงินกู้ไม่รู้ถูกยักเอาไปใช้ส่วนตัว?

  💰การกู้เงินโดยบริษัท มักเกี่ยวข้องกับผู้ถือหุ้นใหญ่ที่เป็นกรรมการบริษัท ที่ต้องยอมเข้าค้ำประกันหนี้ของบริษัท และบ่อยที่เห็นผู้ถือหุ้นใหญ่ที่เป็นกรรมการบริษัทเอาบ้านของตัวเองเข้าจำนองค้ำประกันหนี้ให้กับบริษัท พูดง่าย ๆ ว่าเสียสละเอาบ้านตัวเองเป็นหลักประกัน เอาเงินกู้ให้บริษัทใช้ สมมติว่า 10 ล้านบาท

  💰10 ล้านบาท ต้องถูกบันทึกเป็นรายการหนี้สินระยะยาวของบริษัท หรือถ้าหากเงินกู้ได้มาในรูปของเงินกู้ระยะสั้นหรือเงินเบิกเกินบัญชีหรือ O/D ก็จะถูกบันทึกในรายการหนี้สินระยะสั้น หรือหนี้สินหมุนเวียนปรากฏในงบดุลของบริษัท

  💰ผลจากการกู้เงินโดยบริษัท 10 ล้านบาท ทำให้หนี้สินเพิ่มขึ้น 10 ล้านบาท (กรณีเบิกเงินกู้มาครบ 100%) ทำให้ทรัพย์สินของบริษัทต้องเพิ่มขึ้น 10 ล้านบาทด้วย แต่ในกรณีนี้ลูกศิษย์หารือมาว่าทรัพย์สินของบริษัทเพิ่มขึ้นเพียง 5 ล้านบาทเท่านั้น กรรมการน่าจะยักยอกเงินบริษัทเอาไปใช้ส่วนตัว

  📝ลูกศิษย์เอางบการเงินปี 63 มาให้ผมดู แล้วชี้ให้เห็นจุดที่ทรัพย์สินบริษัทหายไป 5 ล้านบาท ผมเลยถามว่า แล้วด้านหนี้สินเงินกู้บันทึก 10 ล้านบาทหรือบันทึก 5 ล้านบาท ได้คำตอบว่าบันทึก 5 ล้านบาท จึงถึงบางอ้อว่า ผู้ถือหุ้นใหญ่ที่เป็นกรรมการบริษัทคนนี้เอาเงินไปใช้ส่วนตัวครึ่งหนึ่ง มีการบันทึกรายการหนี้สินไม่ครบ 10 ล้านบาท ความจริงจะเป็นอย่างที่ผมว่า? ต้องตรวจสอบสัญญาเงินกู้กับธนาคาร ว่าตกลงที่บริษัทกู้เงินธนาคารมา 10 ล้านบาท จริง ๆ แล้วกู้มาเท่าไรกันแน่ ใช่ 10 ล้านบาท?

  🧐การตรวจสอบหาความจริงเรื่องสัญญาเงินกู้กับธนาคาร จำเป็นจะต้องตรวจสอบให้ได้ข้อยุติก่อน ว่าบริษัทกู้มาเท่าไร ถ้า

  👉(1) กู้มา 5.0 ล้านบาท กรรมการคนนี้ไม่ได้ลงข้อความเท็จในงบการเงิน เพราะทรัพย์สินของบริษัทก็เพิ่มขึ้น 5.0 ล้านบาทด้วย แสดงว่ากรรมการคนนี้ไม่ทุจริต

  👉(2) กู้มา 10 ล้านบาท กรรมการคนนี้ลงข้อความเท็จในงบการเงิน มีการแอบเอาเงินกู้ไปใช้ครึ่งหนึ่ง ถ้าเป็นแบบนี้จริง ๆ แสดงว่ากรรมการมีการยักยอกเงินของบริษัทไป 5 ล้านบาท เกิดคดีอาญาขึ้น เรื่องลงข้อความเท็จในงบการเงิน ทำให้ผู้ถือหุ้นขาดประโยชน์ และยักยอกเงินของบริษัท

  💬แต่ลึก ๆ ในใจผม ยังไม่อยากปักใจเชื่อ เพราะงบการเงินผ่านการสอบทานบัญชีจากผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ซึ่งการที่ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตจะยอมเซ็นงบการเงินให้ ต้องทำการตรวจสอบสัญญาเงินกู้ และสัญญาจำนองว่าตัวเลขเป็นไปตามที่ปรากฏในงบการเงินจริง? จึงจะเซ็นสอบบัญชีให้

  ⏱ผ่านไปเกือบเดือน ลูกศิษย์คนนี้แจ้งผมกลับมาว่า เขาเข้าใจผิดไปเอง บริษัทกู้ 5 ล้านบาท ไม่ใช่ 10 ล้านบาท เรื่องนี้สอนว่า ถ้าที่ปรึกษาไม่สามารถตั้งข้อสังเกตได้ว่า คำปรึกษาที่มาพร้อมกับอารมณ์โกรธ เชื่อมั่นว่าสิ่งที่ตัวเองพูดนั้นถูก และที่ปรึกษาไม่วินิจฉัยตามไปถึงความเป็นไปได้ ฟังแล้วก็เชื่อว่า คนขอคำปรึกษาพูดถูก งานนี้จะพาลเสียเวลาไปกับคำพูดที่ล่อให้เราต้องเสียเวลาทำงาน เหมือนนักมวยที่ชกได้แต่ลม

  🐏ในวงการธุรกิจที่ปรึกษา มีลูกค้าเป็นจำนวนมากมาขอคำปรึกษาแบบที่ต้องการได้ยินในสิ่งที่พวกเขาอยากจะได้ยิน ที่ปรึกษาที่มีจิตวิทยาดีๆ แต่ไม่ซื่อตรงเท่าไร จึงล้วงเงินค่าที่ปรึกษาจากลูกค้าได้ก้อนโต ถือเป็นเคราะห์กรรมของลูกค้าที่ดวงตาไม่เห็นธรรม หนีเสือปะจรเข้

14/1/69

  🗝ขอคำปรึกษาปัญหาธุรกิจ กฎหมาย และคดีความ ได้ที่ Line@ :@sati.fpm, Inbox FPM Consultant, E-MAIL : sumrej2011@gmail.com


  หาที่ปรึกษาที่ใช่ แล้วคุณจะชนะ