325951437
325951437

  “ปัญหาฝาแฝดพิศวง หรือ Twin Paradox ที่ไอน์สไตน์ใช้อธิบายทฤษฎีสัมพันธภาพ สรุปใจความสั้นสั้นว่า มีฝาแฝดผู้หญิงสองคนเกิดขึ้นบนโลกพร้อมกัน คนหนึ่งทิ้งไว้ให้อยู่บนโลกถูกเวลาตามเข็มนาฬิกาที่ทุกคนคุ้นเคยกันอยู่ว่าวันนึงมี 24 ชั่วโมง กับอีกคนหนึ่งส่งขึ้นกะสวยอวกาศไป เมื่อครบ 50 ปีฝาแฝดคนที่ขึ้นอวกาศไปได้กลับมาบนโลก แล้วทั้งสองคนได้เจอกัน คนที่อยู่บนโลกมีหน้าตาเหมือนคนที่อายุ 50 ส่วนคนที่ลงจากกระสวยอวกาศมีหน้าตาเหมือนคนอายุ 20 บอกเราว่าเวลามีผลต่อความเสื่อมของร่างกาย ถ้าเวลาเดินเร็วความเสื่อมของร่างกายจะมาก แต่ถ้าเวลาเดินช้าความเสื่อมของร่างกายจะน้อยร่างกายจึงดูอ่อนเยาว์ ต่อมานักวิทยาศาสตร์ได้นำนาฬิกาไปวางไว้บนกระสวยอวกาศ พบความจริงว่าเวลาบนหน้าปัดนาฬิกาที่อยู่บนกระสวยอวกาศเดินช้ากว่าเวลาบนโลก นั่นหมายความว่า 50 ปีบนกระสวยอวกาศผ่านไปไม่ถึง 50 ปีของเวลาบนโลก นี่คือสัมพันธภาพ

  “ เรื่องของเวลามีความลับมากมาย อย่างเวลาตามเข็มนาฬิกาไอน์สไตน์ก็บอกว่ามันเป็นเวลาที่ไม่แท้จริง เวลาที่แท้จริงคือเวลาตามความรู้สึกต่างหาก ดังนั้นเวลาจึงยืดหดได้ แต่ละชีวิตจะมีเวลาที่ไม่เท่ากัน บางคนมีเวลามาก บางคนมีเวลาน้อย คนที่มีเวลาน้อยมักจะทำงานไม่ทัน มีงานกองเหลือมากมายทำให้ชีวิตเหมือนเป็นโรคประสาท แต่กับอีกบางคนมีเวลามาก งานจะมากขนาดไหนก็ทำเสร็จทันไม่มีอะไรคั่งค้างเลย การจะเข้าใจความจริงนี้ได้คงต้องอธิบายไปถึงตอนอ่านหนังสือเพื่อจะเข้าสอบ เริ่มอ่านหนังสือตั้งแต่เวลาสี่ทุ่มเผลออ่านไปได้แป๊บเดียวมาดูเข็มนาฬิกาพบว่าเข็มนาฬิกาชี้ไปที่ตีสอง เวลาผ่านไป 4 ชั่วโมงแต่ความรู้สึกบอกกับตัวเองว่าเหมือนผ่านไปแค่ครึ่งชั่วโมง ครึ่งชั่วโมงคือเวลาที่ที่แท้จริงที่ไอน์สไตน์บัญญัติเอาไว้ ส่วนเวลาตามเข็มนาฬิกา 4 ชั่วโมงคือเวลาสมมุติ คนที่ผ่านเวลาแค่ครึ่งชั่วโมงนี้ในความรู้สึกถ้าเทียบกับเวลา 24 ชั่วโมงในหนึ่งวัน คนนี้ใช้เวลาไปแค่ครึ่งชั่วโมง จึงเหลือเวลาอีกเหลือเฟือเหลือถึง 23.5 ชั่วโมง เขาจึงสามารถทำอะไรได้มากมายแบบไม่มีงานอะไรค้างเลย และที่มีภาษาที่พูดว่าทำงานอย่างหามรุ่งหามค่ำก็นี่แหละคนที่เพลิดเพลินกับเวลา เวลาผ่านชีวิตเค้าไปแค่นิดเดียว เอาจริงทำงานต่อไปได้อย่างไม่หยุดหย่อน มีความสุขและเพลิดเพลินกับการทำงาน แม้แต่การนอนก็ยังไม่สนุกเท่ากับการทำงาน เค้าจึงติดใจกับการทำงานไปตลอด แม่พักผ่อนเค้าก็พักผ่อนด้วยการทำงาน แต่กับอีกคนนึงไม่มีอะไรจะทำเวลาของเค้าจึงสมมุติได้ว่าเท่ากับเข็มนาฬิกาที่ชี้บนหน้าปัด 4 ชั่วโมงของการไม่ได้ทำอะไรเลยก็คือ 4 ชั่วโมงของความเสื่อมและเสียหายของเซลล์ ส่วนคนที่เพลิดเพลินกับเวลาและในความรู้สึกรู้สึกว่าผ่านเวลาไปแค่ครึ่งชั่วโมง เซลล์ของคนนี้ก็เสื่อมแค่ครึ่งชั่วโมง คนนี้จึงไม่แก่ คนนี้จึงอ่อนเยาว์ดูสดใสร่างกายคนนี้ก็จะดูแข็งแรงกว่าด้วย และคนนี้ก็มักจะประสบความสำเร็จมากกว่าด้วย ประสบความสำเร็จทั้งในแง่นามธรรมและรูปธรรม นามธรรมคือเรื่องของการเข้าถึงธรรม สามารถเข้าใจได้ว่าทำไมการทำงานจึงเป็นการปฏิบัติธรรม ส่วนรูปธรรมคือเรื่องของการมีฐานะทางการเงินที่ดีขึ้นเป็นคนที่มีไม่เดือดร้อนลำบาก

  “ ในทางพุทธศาสนาพูดถึงการที่ทุกคนจะมีฤทธิ์ได้ จะต้องหานางฟ้าให้เจอ นางฟ้านี้ก็คือเรื่องที่แต่ละคนให้ความสนใจถึงขนาดหลงใหลทำให้สามารถอยู่กับมันได้นาน ไม่หลับไม่นอน ไม่กินก็ได้ หมกมุ่นอยู่อย่างนั้น อาการเช่นนี้เรียกว่าอิทธิบาทสี่ ประกอบด้วย ฉันทะ วิริยะ จิตตะ และวิมังสา ถ้าใครเจอนางฟ้าและเข้าไปอยู่ใกล้ชิดกับนางฟ้า ผู้นั้นจะกลายเป็นคนมีฤทธิ์เพราะอิทธิบาทสี่นั่นเอง ดังนั้นอยากมีฤทธิ์ต้องทำงานให้เยอะเยอะ แต่ก็อีกนั่นแหละถ้าไม่เจอนางฟ้าก็ไม่รู้ว่าจะทำอะไร คนจึงต้องหาความฝันของตัวเองให้เจอ แล้วออกเดินทางไปล่านางฟ้า

  “ เมื่อออกเดินทางไปล่านางฟ้า ความเพลิดเพลินกับการทำงานก็จะเกิดขึ้น 4 ชั่วโมงตามเข็มนาฬิกาก็จะเหมือนแค่ครึ่งชั่วโมง พาให้เวลาของชีวิตขยายเวลาออกไป นี่คืออาการที่เวลานั้นขยายได้ กลายเป็นผู้กัดกินเวลาค่อยค่อยแทะเล็มเวลาอย่างมีความสุข กับอีกคนที่ไม่มีอะไรจะทำเวลาก็กัดกินชีวิตเขาไปเรื่อยเรื่อย ผ่านเวลาไปกี่เดือนกี่ปีชีวิตเค้าก็ยังเหมือนเดิม ชัดเจนคือเรื่องของความแก่ชรา มีอาการเจ็บไข้ได้ป่วย กังวลต่อความตาย ห่วงใยต่อสุขภาพ บั้นปลายชีวิตจบลงที่การเสียดายเวลาที่ผ่านมาแต่สายไปแล้ว

  “ สรุปยาอายุวัฒนะที่ไม่ต้องใช้เงินซื้อหาคือการทำงานนั่นเอง ทำงานเพื่อทำความฝันให้เป็นจริง ทำให้เวลาเดินช้า งานมากขนาดไหนรับรองว่าทำเสร็จทันแน่ เพราะเพลิดเพลินกับเวลานั่นเอง


 16/9/69

  🗝ขอคำปรึกษาปัญหาธุรกิจ กฎหมาย และคดีความ ได้ที่ Line@ :@sati.fpm, Inbox FPM Consultant, E-MAIL : sumrej2011@gmail.com


  หาที่ปรึกษาที่ใช่ แล้วคุณจะชนะ