ฉันเชื่อว่าแรงขับเกิดมาจากข้างใน

โดยส่วนตัวฉันเชื่อว่าแรงขับเกิดมาจากข้างใน ข้างในที่ปรารถนาความสำเร็จ และข้างในที่ศรัทธาเรื่องตนเป็นที่พึ่งแห่งตน การเรียนรู้ด้วยตัวเองเกิดขึ้นได้จริงถ้าผู้นั้นมีความปรารถนาอันแรงกล้าที่ต้องการรู้ การนำทางของคุรุหรือครูผู้รู้อาจจำเป็นแค่เพียงการรวบรวมข้อมูลเพื่อให้นำไปสังเคราะห์ได้ว่า สุดท้ายแล้วฉันจะใช้ความรู้ที่รู้จริงแบบรู้สึกไปทดลอง แล้วเฝ้าดูการเผยโฉมของความสำเร็จหรือล้มเหลว
การสำเร็จย่อมเป็นเรื่องที่ดี แต่บนสนามแข่งที่ชื่อว่าชีวิต ถูกรบกวนด้วยโลกธรรมแปดอยู่ตลอดเวลา ความสำเร็จจึงไม่ยั่งยืน การปรับกลยุทธ์เพื่อเปลี่ยนแปลงวิธีการเป็นความจำเป็นเพื่อประคองเปลวเทียนไม่ให้ดับ เพื่อแสงสว่างยังคงอยู่
ส่วนความไม่สำเร็จก็เป็นเรื่องธรรมดาที่โหดร้ายกับจิตใจ ฉันยังคงยึดหลักที่ว่า ถ้าจะเจ๊งขอให้เจ๊งด้วยน้ำมือตัวเอง เงินของฉัน ความสำเร็จของฉัน ฉันต้องสร้างเอง ยังไงฉันก็เชื่อจิตวิญญาณของเจ้าของกิจการที่มีตัวมีตนจริงๆ และที่กำลังหายใจอยู่นี้ และที่นอนไม่หลับในยามค่ำคืนที่แสนยาวนาน เพราะปัญหายังเอาชนะไม่ได้ เหมือนการบ้านที่ต้องส่งครูพรุ่งนี้ที่ต้องทำให้เสร็จ ไม่เสร็จไม่ได้ ที่ปรึกษาสำหรับฉันจึงสำคัญน้อยมาก ฉันเชื่อตัวเองที่ต้องไม่ทำเจ๊งด้วยน้ำมือตัวเอง
ฉันเคยท้าเคยทดลองมาหลายเรื่องกับเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ อย่างการเขียนหนังสือที่คนเขียนคือฉันไม่มีใครรู้จัก เขียนออกมาก็ขายไม่ค่อยได้ แต่เมื่อตั้งใจจะเดินให้ถึงยอดเขา ไม่ถึงขอตายดีกว่า งานเขียนจึงถูกเขียนออกมาเรื่อยๆ แบบสนใจที่ได้ทำ ไม่ต้องกำไรก็ได้ ขอให้เท่าทุนเป็นพอ ผ่านมาสามสิบปีหนังสือของฉันถูกเขียนออกไปมากกว่า 200 เล่ม
เยอะเลยที่ฉันเขียนหนังสือแบบไม่เคยเรียนมาก่อนในรั้วมหาวิทยาลัย อย่างหนังสือการเงิน กฎหมาย และการสอนหนังสือในวิชาที่ฉันไม่ได้จบในมหาวิทยาลัยภาครัฐที่ทุกแห่งรับทราบว่า ทั้งหมดที่ฉันรู้เกิดมาจากการศึกษาค้นคว้าด้วยตัวเอง
การรู้สึกว่าตัวเองต้องเป็นคนมีในขณะที่ตอนรู้สึกนั้นไม่มีจะกิน ได้ขนพลังแห่งความพยายามออกมามากเหลือเกิน ฉันแนะนำทุกคนไปว่า จงฟังเสียงหัวใจของตัวเอง อย่าไปเชื่อใคร ค้นหาทางไป ทดลองไป และสุดท้ายถ้าต้องเจ๊งขอเจ๊งด้วยน้ำมือตัวเอง มันจะเกิดพลังมากที่จะขอเอาคืนยามผิดพลาดเสียหายขึ้นมา อาการโทษโยนความผิดให้ผู้อื่น ที่ตัวเองนั้นไม่ได้รับความรู้ใดๆจากการผิดพลาดเสียหาย ไม่ได้สร้างพลังที่จะขอเอาคืน
การขอเอาคืนคือการเริ่มต้นใหม่ อะไรเราก็ทำได้ถ้าจะทำ ฉันเองตั้งบริษัทกฎหมายทั้งๆที่จบเศรษฐศาสตร์ไม่ได้จบกฎหมาย มีลูกน้องเป็นสิบเป็นทนายความ สอนและสั่งงานทนายความให้ทำนู่นทำนี่ เพื่ออำนวยการให้ลูกความชนะคดี และ/หรือได้ในสิ่งที่ลูกความอยากได้
การเอาจริงจึงสำคัญที่สุดถ้าจะท่องยุทธจักร หาอาจารย์ที่รู้จริงและเป็นคนดีให้เจอแล้วเข้าไปอยู่ใกล้ จะได้เรียนรู้ความขยันอดทนจากอาจารย์ แล้วเลียนแบบความขยันอดทนจะเกิดคนเก่งขึ้นมาได้ และคนเก่งนี้จะเป็นคนดีอีกต่างหาก
นำทางตัวเอง ห้ามเชื่อใคร นอกจากเชื่อปัญญาของตัวเอง
28/3/69
🗝ขอคำปรึกษาปัญหาธุรกิจ กฎหมาย และคดีความ ได้ที่ Line@ :@sati.fpm, Inbox FPM Consultant, E-MAIL : sumrej2011@gmail.com
หาที่ปรึกษาที่ใช่ แล้วคุณจะชนะ