บริษัทในตลาดหุ้น สนใจลงทุนกับบริษัทของผม

อาจารย์ครับ ผมมีเรื่องร้อนใจอยากจะปรึกษา คือมีบริษัทในตลาดหุ้น สนใจจะขอเข้าร่วมลงทุนกับบริษัทของผม ผมอยากได้เงินจากบริษัทในตลาดหุ้นนี้ 50 ล้านบาท
ได้ยินความประสงค์ของลูกศิษย์ ผมจึงถามไปว่า 50 ล้านบาทนี้จะเอาเข้ากระเป๋าตัวเองใช่? ได้คำตอบว่า ใช่ ทำให้ผมรู้ว่า เขาต้องขายหุ้นเดิมที่เขาถืออยู่ 100% ออกไปบางส่วน การขายหุ้นเดิมเป็นทางเดียวที่จะทำให้เขาได้เงิน 50 ล้านบาทเข้ากระเป๋า (ถ้าเพิ่มทุนบริษัท เงินจะกลายเป็นของบริษัท)
“แล้วบริษัทของคุณมีทุนจดทะเบียนในวันนี้เท่าไร?” ได้คำตอบว่า 1.0 ล้านบาท นั่นหมายถึง การขายเงินลงทุน 0.5 ล้านบาทผ่านเวลาไปแค่ไม่ถึง 2 ปี (บริษัทจดทะเบียนปี 63) เกิดมูลค่าหุ้นเพิ่มขึ้น 49.5 ล้านบาท ทำให้ผมถามต่อไปว่า บริษัทในตลาดหุ้นตอนนี้เขารู้? ว่าทุนจดทะเบียนของบริษัทมีแค่ 1 ล้านบาท ได้คำตอบกลับมาว่า ไม่รู้
คุยซักไปนาน รู้ความเป็นมาและเป็นไปว่า บริษัทในตลาดหุ้นสนใจกิจการแฟรนไชส์อาหาร ที่ตอนนี้เกิดกระแสบูมขึ้นมา มีการเอาแฟรนไชส์นี้ไปออกรายการทีวี ทำให้บริษัทในตลาดหุ้นเห็นลู่ทางขยายแฟรนไชส์ จึงสนใจอยากเข้าร่วมทุนแล้วติดต่อมา
คำแนะนำของผม ที่จะทำให้โอกาสในการขายหุ้น 50% ได้เงิน 50 ล้านบาท ในขณะที่ปัจจุบันบริษัทมีทุนจดทะเบียนเพียง 1 ล้านบาท อยากให้ผู้อ่านลองคิดดูว่า จะต้องดำเนินการอย่างไร ความฝันที่คนถามอยากได้ 50 ล้านเข้ากระเป๋าตัวเองจึงจะเป็นจริงได้
สมมติว่า ถ้าแนะนำลูกศิษย์คนนี้ได้ และเข้าไปกำกับวิธีดำเนินการทำ 1,2,3 ...ให้กับเขา จนเขาขายหุ้นเดิมได้ ใช้เวลา 12 เดือนสูงสุด แล้วลูกศิษย์แบ่งเงินให้ 10 ล้านเป็นค่าที่ปรึกษา คำตอบต่อวิธีการนั้นจะเป็นเช่นไร?
คำตอบอาจออกมาแบบนี้
(1) สูตรอาหารที่ทำให้เกิดการขายแฟรนไชส์ได้ในเวลาอันสั้นถึง 50 สาขา และคนสนใจติดต่อมาอย่างต่อเนื่อง เป็นสินทรัพย์ไม่มีตัวตน สามารถนำมาเพิ่มทุนให้กับบริษัทได้ ทำให้ทุน 1 ล้านบาท ใหญ่โตขึ้น
(2) มูลค่าสูตรอาหาร อาจสูงถึงหลัก 10 ล้านบาท สามารถจ้างบริษัทประเมินในทำเนียบรายชื่อที่ ก.ล.ต. ให้การยอมรับมาประเมิน บริษัทประเมินจะใช้วิธี DCF หรือวิธีคิดลดกระแสเงินสดสุทธิ ทำให้ได้ราคาสูตรอาหารออกมา แล้วเอาราคาสูตรอาหารนี้เพิ่มทุนให้กับบริษัท ถ้าตีสูตรอาหารออกมา 19 ล้านบาท หลังจากเพิ่มทุนด้วยสูตรอาหาร จะได้ทุนจดทะเบียนที่ 20 ล้านบาท
(3) ตลอดระยะเวลาที่ดำเนินธุรกิจในขณะที่ทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท ได้เสียสละทำอะไรให้กับบริษัทโดยไม่ได้คิดเงินบ้าง ให้เขียนรายการออกมา รายการเหล่านั้นเมื่อรวมมูลค่าเงินที่บริษัทไม่ได้จ่ายออกไป จะเอามาคิดเป็นการเพิ่มทุนให้กับลูกศิษย์ได้ ก็จะทำให้ทุนใหญ่มากกว่า 20 ล้านบาท
เมื่อเพิ่มทุนเกิน 20 ล้านบาท (สมมติ 20 ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญสองล้านหุ้น PAR 10 บาท) ได้สำเร็จ ก็หาราคาหุ้นของบริษัทด้วยวิธี DCF โดยวางสมมติฐานว่า เงินสดรับเข้าเทียบกับเงินสดจ่ายออก จะเหลือสุทธิเป็นบวกมากขึ้น ๆ อันเนื่องมาจากจำนวนสาขาแฟรนไชส์ที่เพิ่มจำนวนมากขึ้นแบบมโหฬาร สามารถทำให้ราคาหุ้นสูงขึ้นได้มาก นั่นหมายถึงหุ้นที่ PAR 10 บาท อาจขายได้สูงถึง 50-100 บาทได้ ถ้าแบ่งขายออกไป 1 ล้านหุ้น (50%) หุ้นละ 50 บาท ก็จะได้เงิน 50 ล้านบาท
แต่หนังเรื่องนี้ยังไม่จบ ยังมีเรื่องภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ที่จะเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย คือ (1) ตอนเอาสินทรัพย์ไม่มีตัวตนแลกหุ้น มูลค่าหุ้นที่ได้จากการการเพิ่มทุนต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในอัตราก้าวหน้า และเวลาขายหุ้นเกิน PAR ส่วนที่เกิน PAR ต้องเสียภาษี ในฐานะที่ปรึกษาจะจัดการกับเรื่องนี้เช่นไร?
6/1/69
🗝ขอคำปรึกษาปัญหาธุรกิจ กฎหมาย และคดีความ ได้ที่ Line@ :@sati.fpm, Inbox FPM Consultant, E-MAIL : sumrej2011@gmail.com
หาที่ปรึกษาที่ใช่ แล้วคุณจะชนะ