สามสิบปีบริษัทฉัน ตอน 4
“สามสิบปีบริษัทฉัน ตอน 4”

แผนการลาออกจากการเป็นลูกจ้างเกิดขึ้นมานานหลายปีแล้ว เพราะเสียงกระซิบเจ้ากรรมที่แทรกมาคุยกับฉันตลอดเวลา ว่าเจ้าจริงๆแล้วเป็นคนมี ไม่ใช่คนไม่มี ฉันเองก็ไม่ได้พูดอะไรกลับไป ได้แต่รับฟังแล้วเริ่มเชื่อ เชื่อในขณะที่ไม่มีจะกิน เงินเดือนปริญญาตรีปี 2531 ที่กสิกรไทยอยู่ที่เดือนละ 3,150 บาท โบนัส 4 เดือน เงินเดือนธนาคารไทยพาณิชย์อยู่ที่เดือนละ 4,900 บาท โบนัส 5 เดือน แล้วถ้าฉันทำงานถึงอายุ 60 ปี ฉันจะมีเงินร้อยล้าน? ตอนนั้นฉันไม่มีจะกินแต่คิดถึงเงินก้อนโต มันก็แปลกมากเหลือเกิน ความคิดนี้สอดรับกับเสียงกระซิบที่บอกตลอดเวลาว่า ฉันจะเป็นคนมี มีมากจริงๆ
เมื่อจะเป็นคนมี ต้องหาพื้นที่ให้ตัวเองอยู่ จะเป็นลูกจ้างต่อไม่ได้ ต้องเป็นเจ้าของกิจการเท่านั้น ตอนนั้นคิดได้แค่นี้ รู้ข้อจำกัดของตัวเองคือไม่มีตังค์ จะมีตังค์เอามาทำทุนได้อย่างไร ได้คำตอบว่า ต้องหาเพื่อนเป็นลูกค้าที่รวยให้ได้ แต่ลูกค้าผู้มีตังค์เขาจะคบเราได้อย่างไร ได้คำตอบแค่ว่า ต้องทำให้เขารักเรา และต้องไปอยู่ในที่ที่จะเจอคนมีตังค์ แผนการสมัครงานเป็นพนักงานสินเชื่อของธนาคารจึงเริ่มต้นขึ้น วนเวียนไล่เรียงไปในบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ตั้งเป้าทำงานในองค์กร 4 ปี ปีที่ 5 ต้องลาออก ตลอด 4 ปีจะทำงานอย่างหนักเรียนรู้งานสินเชื่อให้ครบทุกสาขา ฉันจะออกมาเปิดบริษัทที่ปรึกษาธุรกิจให้ได้ ตอนนั้นเสียงกระซิบยังดังตลอดเวลา
ใกล้ครบปีที่ 4 ตอนนั้นวัยเข้าสู่เลข 26 หัวใจเต้นระรัว เรากำลังจะเป็นนกบินออกนอกกรง ออกไปหากินเอง วันไหนมีจะกิน วันไหนมีมากจะเก็บ วันไหนไม่มีจะไม่กิน ถ้าไม่มีหลายวันก็จะไม่กินหลายวัน ฉันไม่อยากเล่าเลยว่า ตอนนั้นมันตัดสินใจยากขนาดไหน มีแค่ใจแต่ไม่มีเงิน บริษัทตั้งชื่อเสร็จแต่ไม่มีโต๊ะทำงาน ต้องนั่งทำงานกับพื้น เหนื่อยเมื่อยก็ทอดตัวลงนอนเขียนหนังสือ หาทางหาเงินกับลูกค้าที่รู้จักและช่วยเหลือพวกเขามา 4 ปี เพราะก่อนลาออกได้แวะไปหาลูกค้าทุกราย บอกพวกเขาว่า ต่อแต่นี้จะกู้เงิน จะระดมทุน จะทำอะไรให้นึกถึงฉัน ฉันจะช่วยให้เรื่องง่าย ฉันจะทำให้เองในฐานะที่ปรึกษา บริษัทของฉันชื่อว่า FPM จะจดบริษัทในเร็วๆนี้ ช่วยฉันมั้ย?
คำตอบออกมาเหมือนกัน “จะช่วยชาย” ออกมาแล้วให้บอก ให้มาหา เฮียจะช่วยให้งาน กำลังใจลุกโชนเหมือนไฟไหม้ป่าที่ลามอย่างรวดเร็ว เรามาถูกทาง ข้างหน้าที่จะเป็นคนมีเห็นลางๆ แล้ว แต่ครั้นกลับไปหาเฮีย ฉันไม่อยากพูดว่า เมื่อหัวโขนพระเอกถูกถอดทิ้งเอาไว้ที่องค์กร หัวจริงของฉันคือหัวหมา เฮียพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ เฮียและลูกค้าทุกคนปฏิเสธช่วยฉัน น้ำตาของฉันคลอร่วง ถามตัวเองว่า แล้วอนาคตฉันจะเป็นอย่างไร เด็กอายุ 26 ออกมาตั้งบริษัทที่ปรึกษา ไปหางานกับเจ้าของบริษัทที่รวยมากที่มีลูกอายุเท่าฉัน พวกเขาไม่เชื่อว่าฉันทำได้ ฉันมันเด็กเมื่อวานซืน มีอาการปัญญาอ่อน เหมือนหัวหน้าคนหนึ่งที่เขียนไดอารี่ให้ฉันตอนฉันลาออกว่า “ไม่มีใครทำให้ฉันเดือดร้อน นอกจากฉันทำตัวเอง“ หรือมันจะจริง แต่ชีวิตเมื่อเลือกบินออกจากกรงแล้ว ฉันขอไปตายเอาดาบหน้า จะไม่ยอมหันหลังกลับไป
มาวันนี้อายุของฉันใกล้เลข 6 ตัวอักษรที่ถูกพิมพ์ขึ้นด้วยการเอานิ้วจิ้มทีละตัวในหน้าโทรศัพท์ ฉายภาพวันที่ขมขื่นในวันนั้น ว่าความสิ้นหวังมันน่ากลัวอย่างไร มันโหดร้ายก็จริงอยู่ แต่อีกด้านหนึ่งมันส่งพลังงานด้านบวกมา มาท้าว่า เกมเศรษฐีได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ”SQUID GAME“
20/2/68 หาดใหญ่
หาที่ปรึกษาที่ใช่ แล้วคุณจะชนะ