หาคนที่คุณรักให้เจอ

💬ลูกศิษย์หลายคนถามผมด้วยคำถามที่เหมือนกันว่า “ทำไมเขาไม่มีความรู้สึกว่าต้องเป็นคนรวยเลย แล้วแบบนี้ความรวยจะเกิดขึ้นกับเขาได้รึเปล่า” คำตอบของผม คือว่า “ไม่ได้”
💬ประโยคของไอน์สไตน์ที่ว่า “ความรู้สึกคือตัวอย่างของความจริงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต” ถ้าใคร่ครวญพิจารณาให้ดี ๆ จะพบว่า คนคนนั้นต้องอยู่ในอาการหมกมุ่นกับความรู้สึก เพื่อจะได้มองหาว่าอะไรจึงจะมาทำให้เรากลายเป็นคนรวยได้ ปราศจากอาการหมกมุ่นในความรู้สึก คนจะดิ้นรนไม่มากพอ จะอยู่ไปวันๆ จะไม่กล้าทำตามฝันเพราะกลัวความไม่สำเร็จ ความที่ต้องเสียหายเพราะทำตามฝัน ดังนั้นอยู่แบบเดิมดีที่สุด ซึ่งการมีชีวิตแบบเดิมก็คือการย่ำอยู่กับที่ หาความก้าวหน้าไม่ได้
🧐แล้วสาเหตุ ที่ไม่เกิดความรู้สึกว่า ต้องเป็นคนรวย เป็นเพราะอะไร? คำถามนี้มีคำตอบว่า เป็นเพราะบางคนเกิดมา แล้วพบความจริงตั้งแต่จำความได้ว่า ตัวเองก็ไม่ได้ลำบากอะไร มีความเป็นอยู่ที่เป็นปกติแบบคนทั่วไป ไม่ต้องกัดก้อนเกลือกิน ความพยายามเพื่อจะมีชีวิตให้เป็นปกติเหมือนกับผู้อื่นจึงไม่จำเป็น เมื่อไม่ลำบาก จึงไม่โหยหาความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น กลายเป็นข้อจำกัดของความทะเยอทะยาน
💬ลูกศิษย์มักจะถามต่อว่า ถ้าจะประสบความสำเร็จ กลายเป็นคนมีเงินมาก เริ่มต้นชีวิตต้องลำบากให้มากอย่างนั้นเหรอ คำตอบของผมคือ ส่วนใหญ่จะเป็นเช่นนั้น คนลำบากจะมีฝันให้ชีวิตของตนดีขึ้น และถ้ามีจิตใจที่ดีงามอย่างรักพ่อแม่ รักพี่น้อง รักลูก รักภรรยา รักในคุณธรรมความดีด้วย คนที่ลำบากคนนี้จะเข็นชีวิตสู่ดวงดาวได้ไม่ยาก
🔎เรื่องราวของความลำบาก จึงเป็นเหมือนกับความเปรี้ยว ที่ถ้าอดทนกับมันได้ ในกาลข้างหน้าจะสบาย ได้กินของหวานแน่นอน เป็นแบบเดียวกับสุภาษิตฝรั่งว่า “ความอดทนมีรสขม แต่ผลของมันมีรสหวาน” คนลำบากจึงพยามยามมาก ยอมตุยถ้าไม่สำเร็จ มีอารมณ์ผูกพันกับเป้าหมายชีวิตที่รุนแรง
💬“แล้วแบบนี้ ผมก็ไม่ต้องกลัวความลำบาก เพราะความลำบากเป็นก้าวแรกสู่ความร่ำรวย โดยร่ำรวยจากจุดเริ่มต้น คือรู้สึกว่าจะเป็นคนรวยในขณะที่ยังไม่รวย” ผมเข้าใจถูก?ครับ ซึ่งผมก็ตอบกลับไปว่า คุณเข้าใจถูกแล้ว
⏱ความลำบาก จะว่าว่าเป็นความโชคดีก็ว่าได้ ส่วนความสบายในวันเริ่มต้นของชีวิต จะทำลาย(1) ความฝัน (2) ความทะเยอทะยาน เมื่อคนขาดสองสิ่งนี้ คนจะไม่ก้าวหน้า จะมีชีวิตที่ย่ำอยู่กับที่ อยู่ไปวันวัน แล้วมารู้ตัวอีกที ก็เออเราอายุมากแล้ว
🕰กาลเวลาที่โบยบิน เมื่อมันบินผ่านไปนานพอ วันหนึ่งมันจะมาบอกความจริงแก่ทุกคนว่า “เราแก่แล้ว” และวันนั้นจะเป็นวันที่เราตระหนักรู้ความจริงที่โหดร้ายว่าเราได้ถูกเวลากัดกินชีวิต ไม่เหลือเรี่ยวแรงและไม่เหลือเวลาที่จะเริ่มต้นเดินหน้าสู่ความสำเร็จ เพราะความสำเร็จต้องการเวลาทำสิ่งเดียวซ้ำ ๆ ไม่ต่ำกว่า 7 ปี
🕰นี่เองที่พระพุทธเจ้าเฝ้าเพียรสอนให้ “จงเป็นผู้กัดกินเวลา” ซึ่งผู้กัดกินเวลา จะสร้างผลงานให้เกิดขึ้น ทิ้งประโยชน์เอาไว้ให้แก่คนรุ่นหลัง ส่วนผู้ถูกเวลากัดกิน ชีวิตจะหล่นหายไปในกาลเวลา แล้ววันหนึ่งจะเห็นซากชีวิตที่มีลมหายใจว่าเป็น “ขยะ”
💬อาจารย์ครับ ถ้าผมจะสร้างความรู้สึกว่าต้องเป็นคนรวยให้ได้แบบที่อาจารย์ว่า ให้เกิดขึ้นในทุกลมหายใจเข้าออก แต่ผมไม่ได้ลำบากอะไรเลย มันจะมีวิธี? เพื่อผมจะได้เป็นคนรวย
🔎ผมตอบไปว่า “หาคนที่คุณรักให้เจอ แล้วทำให้คนที่คุณรักสบาย และมีความสุข โดยบอกกับตัวเองว่า ถ้าคุณทำให้คนที่คุณรักสบายไม่ได้ จะขอตุย” อุบายง่าย ๆ นี้ จะทำให้คุณเดินทางออกไปล่าขุมทรัพย์ได้ คุณจะพบความจริงว่า ความขยัน ความสู้ไม่ถอย เพื่อเอาชนะปัญหาและอุปสรรคเกิดขึ้นได้ ไม่ใช่เพราะการทำเพื่อตัวเอง แต่เป็นการทำเพื่อผู้อื่น
🤍การทำเพื่อผู้อื่นที่เรารักมาก สร้างชีวิตให้กลายเป็นตำนานเสมอ ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่มีแรงขับเคลื่อนที่ยิ่งใหญ่ที่มาจากความรักผู้อื่นเป็นเชื้อไฟ
13/1/69
🗝ขอคำปรึกษาปัญหาธุรกิจ กฎหมาย และคดีความ ได้ที่ Line@ :@sati.fpm, Inbox FPM Consultant, E-MAIL : sumrej2011@gmail.com
หาที่ปรึกษาที่ใช่ แล้วคุณจะชนะ